[D18 ★ only wishing] From Futago to Sanaki

posted on 25 Apr 2010 00:38 by sozou in SF

 

สืบเนื่องมาจากกิจกรรมฉลองครบรอบ 2 ปีสมาคมแม่ยก D18ค่ะ

ผู้ร้องขอของเราคือSanakiค่ะ

 

เควสที่เลือกทำคือ [fic] โน่ วางแผนจัดวันเกิดของเคียวยะก็เลยไม่ได้โผล่หน้ามาให้เคียวยะเห็นและหลบๆ ซ่อนๆแต่ทำให้เคียวยะโกรธและเข้าใจผิดงานนี้โน่ยุ่งแน่~!!

 

ริ่มเลยนะ (ฮา)

 

คำเตือนก่อนอ่าน

- เคียวยะค่อนข้างจะหลุดคาแรกเตอร์ไปพอสมควรเลย ทำใจกันก่อนด้วยนะคะ TwT

- ฟิกเรื่องนี้ให้เคียวยะใช้สรรพนามเรียกตัวเองตามต้นฉบับภาษาญี่ปุ่น เรียกตัวเองว่าBoku(ผม) เรียกดีโน่ว่าAnata(คุณ) เลยจะขอแต่งโดยใช้สรรพนามพวกนี้นะคะ เพื่อความเอโร่ยและเพิ่มความรู้สึกว่าดีโน่ต้อยเด็กมากกว่าเดิม XD

- สิ่งที่อยากให้รู้ก่อนเพื่อให้ได้อรรถรสในการอ่านคือโกลเด้นวีค(วันหยุดยาว)ของญี่ปุ่นเริ่มตั้งแต่วันที่29เมษายนถึง5พฤษภาคมค่ะ

 

 

Title : Usotsuki (คนโกหก)
Author : Futago
Pairing : Dino x Hibari
Rating : PG

 

..วันเกิดอะไรนั่นเป็นเพียงแค่วันธรรมดาที่ไม่ต่างจากวันอื่นเท่าใดนัก..



คนเราจะสามารถทนแรงกดดันได้มากแค่ไหน นั่นเป็นสิ่งที่รองคณะกรรมการรักษาระเบียบของนามิโมริไม่ต้องการจะทดสอบกับตัวเองมากที่สุดดังเช่นที่ต้องเผชิญอยู่ในตอนนี้ ห้องรับแขกที่ถูกคณะกรรมการยึดครองยังมีสภาพเหมือนเช่นเคย หากแต่สิ่งที่ต่างออกไปจากปกติคือหัวหน้าคณะกรรมการซึ่งกำลังนั่งก้มหน้าก้มตาอ่านเอกสารอยู่

ฮิบาริขมวดคิ้วมุ่นขณะกวาดสายตาอ่านแผ่นกระดาษตรงหน้า แล้วขย้ำขว้างทิ้งลงพื้นไปกองรวมกับก้อนกระดาษที่ถูกทิ้งลงมาก่อนหน้านั้นอย่างไม่ใยดี คุซาคาเบะกำฝ่ามือชื้นเหงื่อทั้งสองข้างเข้าหากันแน่นราวกับจะปลุกปลอบกำลังใจกลับคืนมา ตั้งแต่นำเอกสารของบประมาณของชมรมต่างๆมายื่นให้ในตอนเช้ายังไม่มีแผ่นใดได้รับการประทับตราอนุมัติให้ผ่านเลยสักใบเดียว



..สภาพอารมณ์ของฮิบาริ เคียวยะในวันนี้ดูแย่ยิ่งกว่าวันที่ผ่านๆมา



หากจะถามถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้คุมกฏเมืองนามิโมริกลายเป็นระเบิดเคลื่อนที่ คงต้องย้อนความไปเมื่อสามวันก่อนที่ทารกต้องสาปมาหาถึงห้องรับแขกแห่งนี้ เพียงเพื่อบอกว่าบอสของคาบัคโรเน่กำลังจะเดินทางมาถึงญี่ปุ่นภายในวันนี้ และจากไปโดยไม่บอกอะไรมากไปกว่านั้น คุซาคาเบะยังจำได้ดีถึงแววตาสีดำสนิทที่แสดงความดีใจออกมาอย่างปิดไม่มิดแม้ใบหน้าจะเรียบเฉยของฮิบาริ

ทว่าเมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงตอนเย็นของวันเดียวกัน ยังไม่ปรากฏร่างของชายหนุ่มผมสีทองออกมาให้เห็นเหมือนทุกครั้งที่จะมุ่งตรงมาหาในทันที แม้จะขึ้นวันใหม่หรือผ่านไปสักกี่วันดีโน่ก็ไม่มาหา แววตาที่เคยฉายชัดถึงความดีใจจึงแปรเปลี่ยนเป็นแววตาของสัตว์ล่าเนื้อ พร้อมจะขย้ำทุกคนที่ทำตัวขวางหูขวางตาได้ทุกเมื่อ


" ถ้ายังไงให้ผมติดต่อไปหาโร.."

" หนวกหู "

 ยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยคฮิบาริก็ตวาดขึ้นมาก่อนจะขยำกระดาษลงพื้นอีกแผ่น ฝ่ามือเรียววางปึกกระดาษที่ยังอ่านไม่้จบลงบนโต๊ะ แล้วเดินออกจากห้องรับแขกไปในทันที



ฮิบาริเมินดาดฟ้าที่ชอบหลบไปนอนอยู่บ่อยๆเปลี่ยนเป็นเดินตรวจตราความเรียบร้อยในเมืองแทน เขาไม่อยากไปยังสถานที่ที่มีความทรงจำกับคนๆนั้นในตอนนี้ ไม่อยากอยู่้ในห้องรับแขกเพื่อจะตอกย้ำกับตัวเองว่ากำลังคอยใครบางคนที่คอยมานานถึงสามวันอยู่

ไม่ใช่อยากเจอ ไม่ใช่กังวล และยิ่งไม่ใช่เพราะคิดถึง แต่เป็นความโมโหในพฤติกรรมที่ผิดไปจากปกติของดีโน่ต่างหาก ฮิบาริบอกกับตัวเองเช่นนั้น ก่อนจะรีบสาวเท้าเดินผ่านประตูโรงเรียนไปสู่ด้านนอกให้เร็วที่สุด ราวกับจะหลบหนีจากความคิดของตัวเอง



นับตั้งแต่วันเกิดสัตว์กินพืชผมสีทองที่ฮิบาริทำพาสต้าให้กินเป็นของขวัญวันเกิด ดีโน่ก็บินกลับบ้านเกิดและติดงานยาวไม่ได้กลับมาญี่ปุ่นอีกเลยเป็นเวลาเกือบสามเดือน สิ่งที่ทำให้อดทนกับช่วงเวลานั้นมาได้คือโทรศัพท์และอีเมล์จากอิตาลีซึ่งมีมาไม่เว้นแต่ละวัน

ทว่าประมาณหนึ่งอาทิตย์ที่แล้วก่อนรีบอร์นจะมาหา หลังจากมีข้อความมาว่างานยุ่งมากจะติดต่อ หรือมาญี่ปุ่นไม่ได้อีกพักใหญ่พร้อมคำขอโทษยืดยาว การติดต่อจากแดนไกลก็ขาดหายไปอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ในตอนแรกที่ได้ยินจากทารกต้องสาปว่าดีโน่กำลังจะมา ฮิบาริหลงคิดไปว่าเจ้าคนชอบอู้งานที่ชอบเอาเวลามาคิดเรื่องไร้สาระต้องการทำตกใจกับการมาที่คาดไม่ถึง แต่หลังจากผ่านไปสามวันเขาก็เข้าใจแล้วว่าการคาดเดานั้นไม่เป็นจริง


------------------


...ซาวาดะ...

ดวงตาสีดำสนิทอ่านป้ายหน้าบ้านหลังหนึ่งในใจ ฮิบาริจำไม่ได้ว่าตนเองเดินผ่านสถานที่ใดมา หรือเดินตรวจเมืองจนเจอคนทำผิดกฎบ้างหรือไม่ พอรู้สึกตัวอีกทีก็มาหยุดยืนอยู่หน้าบ้านหลังนี้แล้ว

เขาไม่ได้มาเพื่อถามข่าวคราวของม้าพยศจากเจ้าหนูที่น่าจะอยู่ที่นี่เสียหน่อย แค่อยากมายืดเส้นยืดสายกับคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้น เจ้าคนอิตาลีไม่เอาไหนนั่นจะเป็นยังไงก็ช่าง ผู้คุมกฎสรุปเหตุผลของการกระทำทั้งหมดให้ตัวเองขณะลอบมองเข้าไปภายในบ้าน จังหวะเดียวกันนั้นเองที่ประตูบ้านถูกเปิดออกจากชายวัยกลางคนชาวอิตาลี


" เคียวยะ! "

ดวงตาภายใต้แว่นกรอบสี่เหลี่ยมของโรมาริโอ้เบิกกว้างทันทีที่เห็นผู้คุมกฏในสถานที่ที่ไม่คาดคิดว่าจะเจอ ก่อนจะหลุดปากเรียกชื่อออกมาด้วยความตกใจ ฮิบาริใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อคิดไปถึงคนที่น่าจะเดินตามกันออกมาในอีกไม่ช้า แต่นอกจากการมองหน้ากันโดยไร้บทสนทนาของคนสองคนอยู่นานพอควร เขากลับไม่เห็นบอสไม่ได้เรื่องที่ไม่สามารถอยู่ห่างจากลูกน้องได้เดินตามออกมาอย่างที่ควรจะเป็น


" ม้าพยศล่ะ " เด็กหนุ่มพยายามกดน้ำเสียงให้เรียบเฉย ไม่แสดงความสงสัยใคร่รู้สนใจในตัวผู้ที่กำลังถามหาออกไปมากจนโดนจับความรู้สึกได้

" บอส..เอ่อ.." โรมาริโอ้แสร้งทำเป็นก้มมองพื้นขณะกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก

" เจ้านั่นทำไม "

" บ..บอสติดงานอยู่ที่อิตาลีไม่ได้มาญี่ปุ่นด้วย ฉันเลย..เอ่อ..มาสะสางงานที่นี่คนเดียว "


ถ้อยประโยคธรรมดาแต่เป็นดั่งคลื่นลูกใหญ่โถมเข้าใส่ร่างของฮิบาริจนแทบทรงตัวยืนไม่อยู่ เขาไม่คิดว่าเจ้าหนูจะโกหก และยิ่งไม่มีทางจินตนาการถึงวันที่ดีโน่และพรรคพวกจะพยายามโกหกตนเองแบบนี้มาก่อน สาเหตุี่ที่ทำให้เด็กหนุ่มเลือกเชื่อทารกต้องสาปนั้นง่ายนิดเดียว นั่นก็เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาโรมาริโอ้ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ความรักของนายเหนือหัวสมหวัง ตราบเท่าที่การกระทำนั้นไม่ส่งผลเสียต่องาน

อาจเป็นเพราะลูกน้องคู่ใจคนนี้รู้ว่านี่เป็นวิธีที่จะทำให้ดีโน่มีความสุขก็เป็นได้ ทุกครั้งที่เจอหน้าจึงมีแต่จะบอกว่าดีโน่อยู่ไหน หรือตลอดเวลาที่อยู่อิตาลีเจ้านั่นนั่งนับวันที่จะได้กลับมาญี่ปุ่นอย่างใจจดใจจ่อเพียงใด และขอให้เห็นใจบอสผู้น่าสงสารบ้าง


ทว่าในครั้งนี้กลับต่างออกไปไม่เพียงไม่บอกในทันที กลับแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่อยากจะให้รู้อีกต่างหาก ซ้ำร้ายเมื่อคาดคั้นถามไปกลับมีแต่คำพูดไร้น้ำหนักไม่น่าเชื่อถือ ฮิบาริไม่ใช่เด็กอมมือจะได้ไม่รู้ถึงความผิดปกติที่ชายชาวอิตาลีตรงหน้าพยายามกลบเกลื่อน

โรมาริโอ้ผู้ดูแลดีโน่มาตั้งแต่เล็กไม่มีทางเดินทางมาถึงญี่ปุ่นคนเดียว โดยปล่อยชายหนุ่มซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าจะอู้งาน หรือพลาดตกบันไดหัวฟาดพื้นไว้คนเดียวเป็นแน่ บอกว่าดีโน่หนีมาญี่ปุ่นคนเดียวยังน่าเชื่อเสียกว่า ถ้าไม่ใช่เพราะถูกสั่งห้ามไม่ให้บอก ฮิบาริก็คิดถึงสาเหตุอื่นที่ทำให้ชายชุดสูทเบื้องหน้าคิดหลอกเขาอีกไม่ออก



..นี่ไงล่ะข่าวคราวของม้าพยศ..


..ที่เขาว่ากันว่าคนโกหกมักไม่ยอมสบตาอาจจะเป็นจริงก็ได้..




---------------------


เมืองนามิโมริในวันนี้ยังสงบสุขเหมือนเช่นเคย ไม่มีความจำเป็นอะไรที่หัวหน้าผู้คุมกฏต้องลงมาเดินตรวจเมืองด้วยตัวเองเลย หลังผละมาจากโรมาริโอ้โดยไม่ได้ซักไซร้ถามความจริงมากไปกว่านั้น ฮิบาริจึงมาเดินตรวจเมืองตามที่ตั้งใจไว้ในตอนแรก ทุกอย่างเรียบร้อยเงียบสงบอย่างที่น่าจะพึงพอใจ ไม่มีอันธพาลกวนเมือง ไม่มีพวกรีดไถ ไม่มีการทะเลาะต่อยตีกันเองสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น ทว่าฮิบาริกลับรู้สึกงุ่นง่านใจอย่างบอกไม่ถูก


เจ้าของเรือนผมดำขลับทิ้งตัวลงบนม้านั่งหน้าร้านขายไอศครีมอย่างถือสิทธิ์ ขณะเหม่อมองไปยังอีกฟากฝั่งของถนนอย่างไร้จุดหมาย แม้จะใกล้ช่วงโกลเด้นวีคเต็มทีแล้ว แต่ผู้คนในเมืองนามิโมริยังขยันกับการทำมาหากินราวกับไม่รู้วันรู้คืน ร้านค้าสองฝั่งถนนไม่มีร้านใดเลยที่ปิดทำการ หรือแปะป้ายลดราคาเพื่อขายสินค้าให้หมดก่อนไปเที่ยวในวันหยุดยาวเลยแม้แต่ร้านเดียว


ดวงตาสีรัตติกาลมองภาพเหล่านั้นโดยไร้ซึ่งความรู้สึกใด เหตุการณ์คาดไม่ถึงเมื่อครู่ทำให้ตกใจจนในหัวขาวโพลนคิดอะไรไม่ออก ดีโน่ คาบัคโรเน่คือผู้ชายคนสุดท้ายในโลกที่ฮิบาริเชื่อว่าจะโกหก ปกติแม้ไม่ถาม อีกฝ่ายก็เอาแต่เล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ของตัวเองให้ฟังจนน่ารำคาญ ทั้งเรื่องงาน ครอบครัว เพื่อนสนิท ความลับในวัยเด็ก หรือแม้กระทั่งความฝันในอนาคตอันน่าอายว่าจะเกษียณตัวเองจากการเป็นมาเฟียแล้วย้ายมาอยู่ด้วยกันที่ญี่ปุ่น

ทั้งที่เชื่อมาตลอดว่านอกจากตัวเขาเองคงไม่มีใครรู้เรื่องของดีโน่ได้มากเท่านี้อีกแล้ว ถ้อยคำที่ทำใจให้เชื่อได้ยาก และการติดต่อซึ่งขาดหายไปอาทิตย์กว่าทำให้ความมั่นใจที่เคยมีมาตลอดเริ่มสั่นคลอน ได้แต่หวังว่าสิ่งที่สังหรณ์ใจจากท่าทางอันผิดปกติของโรมาริโอ้จะไม่เป็นจริง


เขาอยากรู้ความจริง หากแต่เมื่อครู่กลับกลัวเกินกว่าจะถามออกไป


ดีโน่คุณอยู่ที่ไหนกันแน่







" ได้เลยจ้าพ่อหนุ่ม เชื่อมือป้าเถอะ "

เสียงตะโกนลั่นถนนดังมาจากร้านขายผักซึ่งอยู่ถัดไปไม่ไกลนัก เรียกให้ฮิบาริหลุดออกจากภวังค์หันไปสนใจต้นตอเสียง ดวงตาที่ไร้ซึ่งความรู้สึกจนถึงเมื่อครู่เบิกกว้างด้วยความตกใจ ชายร่างสูงโปร่งในเสื้อโค๊ทสีเขียวที่คุ้นตายืนอยู่ข้างแผงขายผัก กำลังคุยกับสาวร่างอวบวัยกลางคนด้วยท่าทางสนิทสนมตามนิสัยเข้ากับคนง่ายของเจ้าตัว


" ขอบคุณมากครับ คุณป้าใจดีคุยง่ายอย่างที่คิดไว้จริงๆด้วย " เรือนผมสีทองสว่างสะท้อนแสงแดดเป็นประกายขณะส่งรอยยิ้มกว้างให้ หญิงตรงหน้าอยากจะย้อนวัยกลับไปเป็นสาวอีกครั้ง แล้วจีบชาวต่างชาติคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียเลย


" ถ้างั้นอย่าลืมที่ตกลงกันไว้นะครับ "

ดีโน่กล่าวสรุปบทสนทนาแล้วเดินเข้าไปยังร้านขายของชำซึ่งอยู่ถัดไป โดยไม่ทันได้สังเกตถึงตัวตนของเด็กหนุ่มผู้เฝ้ามองอยู่ตลอด ด้วยระยะห่างที่ไกลเกินไปทำให้ฮิบาริไม่ได้ยินบทสนทนาของดีโน่กับเจ้าของร้านขายของชำ จวบจนเวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงกว่าที่ชายหนุ่มจะเดินมาและตรงไปยังบ้านคนซึ่งอยู่ติดกัน ก่อนจะกดออดด้านหน้าประตูบ้านอย่างไม่ลังเล พูดอะไรอยู่สองสามประโยคก็ได้รับการเชื้อเชิญให้เข้าไปด้านใน


ความจริงที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าทำให้ฮิบาริเลิกเสียเวลาที่จะสังเกตุการณ์ต่อ บอสหนุ่มผู้มีงานล้นหัวอยู่ตลอดว่างมากถึงขนาดใช้เวลาอันมีค่าเพื่อผูกมิตรกับชาวนามิโมริ แต่ไม่มีเวลาแวะไปหาเขา หรือแม้กระทั่งส่งข้อความไปหาเหมือนที่เคยทำมาตลอด


..ไหนล่ะที่ว่าติดงานอยู่อิตาลี..



ฮิบาริ เคียวยะเกลียดคนโกหกยิ่งกว่าสัตว์กินพืชอ่อนแอที่ชอบสุมหัวกัน ทั้งโกรธทั้งเกลียดยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด


--------------



เครื่องจักรสังหารวัตถุสีทอง..


นั่นเป็นฉายาที่ชาวนามิโมริใช้เรียกฮิบาริลับหลัง ตั้งแต่2วันที่แล้วที่ผู้คุมกฎจอมโหดไล่ฟาดเด็กหนุ่มผมสีทองซึ่งเดินเข้ามาในรัศมีสายตาเป็นคนแรก นับแต่นั้นเป็นต้นมาผู้เคราะห์ร้ายที่บังเอิญมีของอะไรก็ตามแต่เป็นสีทอง จะถูกจัดการชนิดที่ต้องขยาดไปอีกนาน 2วันที่ผ่านมามีผู้เสียหายจากการอาละวาดใหญ่ครั้งนี้ไปแล้วหลายสิบคน

ชายวัยกลางคนที่กำลังวิ่งหนีเจ้าของแววตาอาฆาดมาดร้าย ซึ่งไล่ตามหลังมาอย่างไม่ลดละคนนี้ก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน เพียงเพราะเผลอเรอไม่เก็บปากกาซึ่งมีตัวแท่งเป็นสีต้องห้ามของเมืองให้ดีก่อนออกจากที่ทำงาน กลับเหน็บไว้ในกระเป๋าเสื้อด้วยความเคยชินและออกจากบริษัทมาทั้งอย่าง