Fic

Brother # 01

posted on 21 Aug 2007 19:51 by sozou  in Fic

01

ในความจำที่พร่าเลือนของผมมีเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของความทรงจำ...น้องชายตัวน้อยที่ผมรักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...

เสียงตะโกนเป่าปากด้วยความดีใจราวกับป่าช้าแตกแผดดังขึ้นเมื่อเสียงออดของชั่วโมงเรียนสุดท้ายสิ้นสุดลง คนตัวเล็กไถลตัวนอนราบลงบนโต๊ะด้วยความขี้เกียจ นั่งนับเข็มวินาทีรอตั้งแต่ก้าวแรกที่อาจารย์จอมเฮี้ยบเดินเข้าห้องมาก็เพื่อช่วงเวลานี้ เพื่อนผู้หญิงบางคนในห้องเดินออกไปลบตัวเลขและสูตรคณิตศาสตร์มหาโหดที่อาจารย์พยายามจะยัดมันเข้าหัวที่สติหลุดไปตั้งแต่ตอนที่ได้รับชีทมาเรียบร้อยแล้ว เปลือกตาบางค่อยๆทาบทับกันทีละนิด รับรู้เพียงเสียงคุยที่ทวีความดังขึ้นเรื่อยๆ ผู้หญิงสามสี่คนด้านหลังกำลังจับกลุ่มเสริมสวยกันอยู่ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าบนโต๊ะพวกเธอต้องเต็มไปด้วยแป้ง กระจกและเครื่องประทินโฉมอีกนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน เพื่อนผู้ชายที่ยืนถัดไปจากโต๊ะอีกสามตัวกำลังตะโกนโหวกเหวกคุยกันถึงเรื่องเกมที่ออกใหม่วันนี้อย่างออกรสชาติ 

" เฮ้ย!! จะนอนอืดไปถึงไหนเรียวเฮ จะคอยปิดห้องเหรอไง " ฝ่ามืออวบฟาดเปรี้ยงเข้ากลางหลังบางเต็มแรง ทำเอาหายง่วงเชียวล่ะ

" รู้แล้วน่า ขอพักสมองหน่อยสิ " ใบหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านี่มันเลิกเรียนแล้ว น่าจะเก็บของกลับบ้านถึงจะถูก คิดได้อย่างนั้นก็รวบหนังสือบนโต๊ะที่ถูกนอนทับจนยับย่นลงกระเป๋า 

" กลับกันเหอะริว "

มือเล็กคว้ามือริวอิจิที่ยืนคอยอยู่ให้เดินตามออกมาด้วยกัน ทั้งคู่เดินผ่านห้องเรียนที่เริ่มจะร้างผู้คนออกมายังนอกโรงเรียน ก่อนคนตัวเล็กจะโบกมือลาริวอิจิตรงหน้าสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เรียวเฮเลี้ยวไปทางขวามุ่งหน้ากลับบ้านที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก รถบรรทุกสองคันจอดอยู่หน้าบ้านข้างๆทำให้เขาหยุดยืนมองด้วยความสงสัย บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่มาตั้งแต่เป็นเด็ก เรียวเฮเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ที่รู้มีเพียงแค่ว่าบ้านหลังนี้ไม่เคยมีใครอยู่เลย และเจ้าของบ้านก็ไม่คิดจะขายบ้านที่ตัวเองไม่เคยกลับมาใส่ใจให้ใครด้วย เขายืนมองผู้ชายร่างสูงใหญ่สองคนกำลังช่วยกันยกโซฟาสีเทาเข้าไปในบ้าน ก่อนจะแอบลอบมองในรถบรรทุกด้วยความสงสัย หลังรถว่างเปล่าโซฟาตัวนั้นคงเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสุดท้ายที่ถูกขนเข้าไปในบ้าน 

เงาของชายร่างสูงโปร่งบนชั้นสองของบ้านทำให้เงยหน้าขึ้นมอง แผ่นหลังกว้างของเพื่อนบ้านใหม่ที่ยืนหันหลังอยู่ทำให้ไม่อาจเห็นใบหน้าของเขาได้ถนัดนัก แต่ดูจากสีผมที่ถูกย้อมเป็นสีเงินทั้งหัวทำให้พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มคนนี้คงอายุไล่เลี่ยกัน เรียวเฮเดินอย่างเชื่องช้าเข้าไปในบ้านเมื่อหมดความสนใจกับสิ่งตรงหน้าแล้ว ทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้าไปหญิงวัยกลางคนที่เขาเรียกว่าแม่ก็ถลาวิ่งเข้ามาหา สีหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด

" เรียวเฮจังกลับมาแล้วเหรอลูก แม่กำลังคอยอยู่เลย " มือขาวลากคนตัวเล็กเข้าไปในห้องรับแขกและกดตัวให้นั่งลงบนโซฟา ก่อนจะนั่งลงข้างกัน เรียวเฮวางกระเป๋าลงบนโต๊ะด้านหน้าเมื่อเห็นว่าแม่คงไม่ปล่อยให้ขึ้นไปบนห้องง่ายๆอย่างแน่นอน ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยของความแก่ชราเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา เห็นแบบนี้แล้วคนตัวเล็กก็อดยิ้มไปกับแม่ไม่ได้...มีเรื่องอะไรน้า ทำไมแม่ถึงอารมณ์ดีได้ขนาดนี้...

" จำเคตะคุงที่เคยมาเล่นกับลูกตอนเด็กๆได้มั้ยจ้ะ " ไม่ต้องเสียเวลาถาม แม่ก็พรั่งพรูสาเหตุที่ทำให้มีอาการดีใจผิดปกติเช่นนี้ออกมาเอง ชื่อเด็กผู้ชายที่เพิ่งได้ยินทำให้เรียวเฮขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จำไม่ได้สักนิดว่าเคยมีเพื่อนชื่อนี้ด้วย

" ใครเหรอฮะ " ถามกลับไปด้วยถ้อยคำสุภาพเหมือนเช่นเคย

" เด็กตัวเล็กๆที่ติดลูกจนเรียวเฮจังถึงกับเรียกเคตะคุงว่าน้องชายไงจ้ะ " ความคิดสะดุดลงตรงคำว่าน้องชาย ความทรงจำในวัยเด็กเริ่มเด่นชัดเป็นรูปร่างขึ้นมาทีละน้อย

" แล้วทำไมเหรอฮะ " เรียวเฮพยายามนึกย้อนอดีตไปเรื่อยๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ถามคำถามต่อไปออกมา ทั้งที่ยังนึกไม่ค่อยออกว่าน้องชายในวัยเด็กเป็นอย่างไร

" ตอนนี้เคตะคุงย้ายกลับมาญี่ปุ่นแล้วจ้ะ "

"......................." เรียวเฮพยักหน้ารับไปตามเรื่อง เอื้อมมือไปคว้าหมอนข้างตัวมากอดเอาไว้ กลุ่มผมเส้นเล็กสีน้ำตาลสยายเต็มหมอนขณะที่กำลังจมลึกลงไปในภาพความทรงจำมากขึ้นเรื่อยๆ

" ตอนที่เคตะคุงย้ายตามคุณพ่อไปเรียวเฮจังร้องไห้ใหญ่เลยนี่ เดี๋ยวแม่ไปตามเคตะคุงมาให้นะป่านนี้คงขนของเสร็จแล้ว ลูกคงดีใจล่ะสิจะได้เจอเคตะคุงอีกครั้ง " แม่สรุปความเอาเองทั้งที่เรียวเฮยังไม่ทันบอกว่าจำน้องชายคนนี้ได้เลยสักคำ คนตัวเล็กมองดูแม่ที่รีบร้อนเดินออกไปนอกห้อง....เคตะงั้นเหรอ...

...ความทรงจำอันเลือนลางของผมมีเด็กชายตัวเล็กถูกเก็บซ่อนเอาไว้...

................

.........

....

" ฮืออ พี่เรียวผมเจ็บ ช่วยผมด้วย " เด็กชายตัวเล็กสูงเพียงไหล่เดินขากระเผลกมาหาเรียวเฮที่กำลังนั่งระบายสีอยู่บนโต๊ะหน้าบ้าน ใบหน้าเหยเกเปื้อนคราบน้ำตาเต็มไปหมด มือเล็กชี้ให้ดูรอยแผลหกล้มที่อาบไปด้วยเลือดสีแดงสด เรียวเฮโยนดินสอสีในมือทิ้งทันที ก่อนจะถลาเข้าไปประคองเคตะเอาไว้ เด็กชายสะอื้นจนตัวโยนตลอดเวลา เรียวเฮซึ่งเป็นเด็กและยังไม่รู้เรื่องอะไรได้แต่ยืนกระสับกระส่ายไม่รู้จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ดี

" ฮืออออ พี่เรียวผมเจ็บ " ดวงตากลมรื้นหยาดน้ำตาจ้องมองมาและร้องเรียกชื่ออีกครั้ง มันทำให้เรียวเฮตัดสินใจนั่งลงตรงหน้าเคตะ สูดลมหายใจเข้าสุดปอดก่อนจะเป่าลมรินรดบาดแผลอย่างแผ่วเบา ในตอนนั้นเรียวเฮเชื่อว่าหากทำเช่นนี้จะสามารถปัดเป่าความเจ็บปวดไปจากบาดแผลได้

" ไม่เจ็บแล้วนะ พี่เป่าให้แล้วหายเจ็บแล้วใช่มั้ย " เหลือบตามองเคตะที่ยังคงสะอื้นไห้อยู่ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำวิธีที่คิดว่าจะทำให้เคตะหายเจ็บได้ตามแบบฉบับของเด็กสลับกับการพูดปลอบเคตะไปด้วย จำได้ดีว่าตอนนั้นแทบจะร้องไห้ไปกับเคตะด้วยซ้ำ เมื่อเห็นว่าไม่ว่าจะเป่าลมหายใจลงไปสักเท่าไหร่ เด็กชายก็ไม่หยุดร้องเสียที จนกระทั่งแม่เดินออกมาเห็นจึงรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เรียวเฮเดินตามแม่ที่รีบร้อนวิ่งเข้าไปในบ้านโดยไม่ลืมจูงมือเคตะเข้าไปทำแผลด้วย

" นั่งลงสิจ้ะ " แม่พูดกับเคตะด้วยเสียงอ่อนโยน เธอมักจะบอกกับเรียวเฮเสมอว่าท่านคิดว่าเคตะคือลูกชายอีกคน จึงไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักที่แม่มีท่าทีร้อนใจเสียขนาดนี้ เคตะนั่งลงบนโซฟาอย่างว่าง่ายแต่ก็ยังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา คนตัวเล็กยอมรับว่าตอนนั้นสงสารเคตะจับใจ ความคิดแบบเด็กๆทำให้กลัวว่าเคตะจะตายจากไปต่อหน้าต่อตา

" เดี๋ยวแม่พี่มาเสกเวทมนตร์ให้เคตะก็ไม่เจ็บแล้วล่ะ อย่าร้องสิ " บีบมือเคตะแน่น แม่กลับมาอีกครั้งพร้อมกล่องสีขาวใบเล็ก มือเรียวขาวหยิบขวดใสออกมาหนึ่งขวด ก่อนจะใช้สำลีชุบน้ำยาในขวดจนชุ่ม

" ไม่เจ็บนะจ้ะ " เธอบอกเคตะด้วยน้ำเสียงราวกับจะปลอบปละโลม หากแต่เคตะกลับแผดเสียงดังลั่นทันทีที่สำลีสีขาวสัมผัสบาดแผล

" ฮืออ ไม่เอาแล้ว คุณน้าผมแสบ " เคตะดิ้นรนสุดแรงแต่แม่กลับไม่หยุดการกระทำ สำลีสีขาวอันแล้วอันเล่าถูกนำมาซับหยาดเลือดและฆ่าเชื้อโรค ยิ่งนานเคตะก็ยิ่งดิ้นรนหนักขึ้น

" แม่หยุดสิฮะ เคตะเจ็บใหญ่แล้วนะ หยุดซะทีสิ ฮืออออ " ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปเมื่อเห็นเคตะร้องไห้หนักกว่าเดิม ภาพที่เห็นในวันนั้นเกือบทำให้เรียวเฮคิดว่าแม่คือปีศาจจะมาเอาชีวิตน้องชาย ดวงตาอ่อนโยนของแม่เรียวเฮกลับเห็นเป็นดวงตาปีศาจสีแดงสด มือเรียวเล็กที่กำลังทำแผลเรียวเฮก็มองเห็นเป็นมือเหี่ยวย่นของแม่มดที่มีเล็กแหลมยาวกำลังจะกรีดลงบนผิวเนื้อของเคตะ

กว่าที่เรียวเฮและเคตะจะหยุดร้องได้ก็กินเวลาไปนานมากเลยทีเดียว แม่ทั้งปลอบทั้งเอาขนมมาล่อก็ไม่ยอมหยุดร้องเสียที กลับพาเคตะวิ่งหนีออกไปนั่งอยู่ในสวนหลังบ้าน จนกระทั่งเคตะบอกว่าไม่เจ็บแล้วนั่นแหละคนตัวเล็กถึงยอมเข้าใกล้แม่อีกครั้ง

...น้องชายตัวเล็กที่น่ารักของผม...

...

.....

..........

เรียวเฮอมยิ้มกับตัวเองเมื่อคิดออกว่าเคตะสมัยก่อนเป็นเช่นไร ความรู้สึกรักและหวงแหนน้องชายกลับคืนมาอีกครั้ง หัวใจเต้นถี่เร็วขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อคิดว่าอีกเดี๋ยวก็จะได้เจอเคตะแล้ว น้องชายตัวเล็กขี้แยในตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ เร็วเท่าความคิดเสียงฝีเท้าดังแว่วมาตามทางเดินห้องรับแขก คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นนั่งให้เรียบร้อยมือจับเสื้อผ้าจับผมให้วุ่นวายไปหมด

" เรียวเฮจังทำอะไรอยู่น่ะลูก " เสียงร้องเรียกทำให้เงยหน้าขึ้นมอง

ภาพทั้งหมดที่เห็นถูกโฟกัสไปยังเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ด้านหลังแม่ ราวกับโลกหยุดหมุน ความตื่นเต้นดีใจที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พลันมลายหายไปอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา เส้นผมสีดำสนิทที่เขาชอบยีเล่นสมัยก่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีเงินสว่าง ใบหน้าสมส่วนรับกับดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองมาเมื่อเห็นว่าเป็นฝ่ายถูกจ้องอยู่นานแล้ว ร่างสูงโปร่งดูแข็งแรงอย่างชายหนุ่มวัยรุ่นจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกันกับน้องชายตัวเล็กที่ชอบวิ่งตามอยู่เสมอ กลีบปากแดงสดหยักลึกดวงตาสีน้ำตาลที่มองตอบกลับมาก็ราวกับซ่อนความลึกลับมากมายเอาไว้ ทั้งยังเหมือนคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าเรียวเฮจะต้องทีท่าทีตกใจจนพูดอะไรไม่ออก

" ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเรียวเฮจัง "

...อะไรนะ ? เมื่อกี้เคตะเรียกว่าอะไรนะ ? ต้องเป็นพี่เรียวแบบเมื่อก่อนสิ นายเป็นน้องเรานะ!!...

" นายคือเคตะจริงๆน่ะเหรอ " เสียงที่เปล่งออกไปแผ่วเบาจนตัวเองแทบจะไม่ได้ยิน

" จริงสิ ทาจิบานะ เคตะตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ " กลีบปากบางวาดรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด ภาพน้องชายตัวเล็กที่คอยวิ่งตามอยู่เสมอแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีในวินาทีนี้เอง หมอนี่คือใคร ? ผมไม่รู้จักสักหน่อย ?? คิดได้อย่างนี้ก็หยัดกายลุกขึ้นยืนก่อนจะคว้ากระเป๋าวิ่งหายขึ้นชั้นสองอย่างรวดเร็ว

...ตระหนักได้ในตอนนี้เองว่าน้องชายตัวเล็กได้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว...

To be con..................

Trap # Intro

posted on 21 Nov 2007 21:42 by sozou  in Fic

Fic : Trap

Couple : Keita x Ryohei

Author : Tenki

 

-intro-

 

...ฟังสิ...ได้ยินมั้ย ?...เสียงเด็กน้อยกำลังร่ำไห้แผ่วเบา....

 

 

" ฮึกก..แม่ฮะ..."

เสียงสะอึกสะอื้นดังแว่วไม่ขาดสายจากสุสานที่เงียบสนิท...สถานที่ของคนตาย...ผืนฟ้าถูกแต่งแต้มด้วยสีดำสนิท แม้แต่แสงจันทร์ก็ไม่ทอแสงลงมายังที่แห่งนี้ หลุมศพมากมายทอดเป็นทางยาวจนเต็มสุสาน สถานที่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศของความโศกเศร้าเช่นนี้ย่อมไม่มีใครอยากจะเหยียบย่างเข้ามา เว้นเสียแต่เด็กน้อยคนหนึ่งที่กำลังร้องไห้อย่างหนัก ดวงตาบวมช้ำเต็มไปด้วยหยาดน้ำตามากมาย ผิวขาวสะอาดเปื้อนฝุ่นดินที่เขาทรุดตัวลงนั่งข้างหลุมศพ เสียงแหบพร่าเรียกหาแม่นานนับชั่วโมงอ้อนวอนในสิ่งที่ไม่มีทางสมหวัง สองมือเขย่าป้ายหลุมศพหวังจะปลุกซากกระดูกของมารดาให้ฟื้นคืนชีวิต


" ตื่นสิฮะ อย่าทิ้งผมไว้คนเดียว "

" ได้โปรดเถอะ...แม่ไม่รักผมแล้วเหรอฮะ "

คืนวันมากมายที่ผ่านไปกับความพยายามนับครั้งไม่ถ้วน ไม่ได้ทำให้เด็กน้อยสำนึกได้เลยว่ากำลังทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์อยู่

 

 

...จิบะ เรียวเฮ...

...เด็กกำพร้าที่ไม่มีใครใส่ใจ...

 

 

"...ตึก...ตึก..."

เสียงฝีเท้าดังแทรกเสียงสะอื้น จังหวะการย่ำเท้าแผ่วเบาจากฝ่าเท้าคู่หนึ่ง ไม่ได้ทำให้เรียวเฮรู้ตัวเลยว่ากำลังโดนรุกล้ำเข้ามาในสถานที่ส่วนตัวของเขากับแม่อยู่ ดวงตาผู้มาเยือนพราวระยับไปด้วยความสนอกสนใจในเด็กน้อยตรงหน้า ผู้บุกรุกสาวเท้าเข้ามาใกล้มากขึ้นทีละน้อย จนกระทั่งมาหยุดยืนอยู่ด้านหลัง มือเล็กยกขึ้นแตะไหล่ที่โยกไหวตามแรงสะอื้นแผ่วเบา หากแต่เรียวเฮกลับสะดุ้งสุดตัว

 

" นะ...นายเป็นใครน่ะ "

คำถามที่เจือไปด้วยความตื่นกลัว เรียวเฮมองสำรวจเด็กชายอายุรุ่นราวคราวเดียวกันที่ยืนอยู่ตรงหน้าไม่วางตา เสื้อผ้าการแต่งตัวดูดี ผิวกายสะอาดสะอ้านที่ได้รับการดูแลอย่างเอาใจใส่ ทุกอย่างนี้บ่งบอกถึงฐานะของพ่อแม่เด็กชายคนนี้ได้ดีทีเดียว ยิ่งทำให้เรียวเฮนึกสงสัยเป็นหนักหนาว่าทำไมเด็กที่ดูมีฐานะถึงมาอยู่ในที่แบบนี้ได้


" นายร้องไห้เหรอ ? " เอื้อมมือสัมผัสผิวแก้มที่ยังมีคราบน้ำตาหลงเหลืออยู่

" ทำไมถึงร้องล่ะ มีเรื่องน่าเสียใจเหรอ " ผู้บุกรุกนั่งลงตรงหน้าในระดับเดียวกับอีกฝ่าย โทนเสียงที่ฟังดูอ่อนโยนทำให้เรียวเฮสะอื้นหนักอีกครั้ง เมื่อนึกถึงคำตอบที่จะตอบออกไป คำว่าตายสำหรับเด็กอย่างเรียวเฮแล้วดูจะเป็นเรื่องที่โหดร้ายเกินไป เด็กชายเหลือบตามองป้ายหลุมศพเพียงครู่เดียว คำตอบที่ต้องการก็ผุดพรายขึ้นมาในสมองได้อย่างไม่ยากนัก

 

" ฉันชื่อเคตะ จากนี้ไปเราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ และในฐานะเพื่อนฉันขอสั่งให้นายหยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ " ถ้อยประโยคออกคำสั่งยาวเหยียดจนเรียวเฮตั้งตัวไม่ทัน เงยหน้าขึ้นสบมองเพื่อนใหม่ที่อีกฝ่ายทึกทักเอาเองอยู่คนเดียว

" เคตะ ? "

" ทาจิบานะ เคตะ ยินดีที่ได้รู้จัก " ยิ้มกว้างให้เรียวเฮที่ยังงุนงงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ไม่หาย ก่อนจะเอื้อมมือออกไปคว้ามืออีกฝ่ายดึงให้ลุกขึ้นเดินตามออกมานอกสุสาน เรียวเฮหน้าเหวอเบิกตากว้างด้วยความตกใจ พยายามขืนตัวสุดแรงให้หลุดจากการเกาะกุม

 

" ปล่อย! จะพาเราไปไหน..เราจะอยู่กับแม่!..." ดิ้นรนโวยวายหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นหญิงสาวที่หน้าตาละม้ายคล้ายเคตะยืนอยู่หน้าทางเข้าสุสาน ไม่ใส่ใจรอยยิ้มอ่อนโยนที่ถูกส่งมาให้ขณะทอดสายตามองมายังเด็กทั้งสองเลยสักนิด รอยยิ้มแห่งความพึงพอใจปรากฎบนใบหน้าของเคตะขณะที่หันหน้าไปตอบคำถาม

 

 

" ก็ไปอยู่กับฉันไง "

 

 

 

..ความทรงจำในวัยเด็ก...จุดเริ่มต้นของทุกสิ่งทุกอย่าง....

 

~ To be con~

แต่งไว้ชาติกว่าละ ตอนไปเจอในเครื่องยังตกใจเลยว่าเคยแต่งไว้ด้วย แหะๆๆ ถ้าพรุ่งนี้ว่างเอาตอนหนึ่งมาเกลาภาษาใหม่ด้วยดีกว่า~ - -+

Trap # 1

posted on 02 Dec 2007 23:42 by sozou  in Fic

Fic : Trap

Couple : Keita x Ryohei

Author : Tenki

http://sozou.exteen.com/20071121/trap-intro => INTRO

 

--1--

 

 

"....ซ่า...ซ่า...เปรี้ยง!!.."

เสียงเม็ดฝนตกกระทบหลังคาดังก้องอยู่ในโสตประสาท ร่างกายสั่นเทายิ่งกว่าเดิมเมื่อสายฟ้าฟาดเปรี้ยงลงมาด้านนอก ยิ่งหลบลี้ซ่อนเร้นเสียงเหล่านั้นก็เหมือนจะยิ่งไล่ตามมาราวกับเงื้อมมือของปีศาจร้าย มือเล็กดึงผ้าห่มสีขาวที่ห่อหุ้มร่างกายให้กระชับแน่นกว่าเดิม หลับตาแน่นพลางซุกใบหน้าลงกับหมอน ไม่กล้าแม้แต่จะมองไปยังความว่างเปล่าเบื้องหน้า ในความมืดและเสียงฟ้าร้องอันน่าหวาดหวั่นที่ปกคลุมอยู่รอบกายอาจมีสิ่งใดซุกซ่อนอยู่ สิ่งใดก็ตามที่จะทำร้ายเขาเหมือนที่เคยทำกับคนที่รัก ร่างกายสะดุ้งไหวอีกครั้งเมื่อท้องฟ้าส่งเสียงคำรามกึกก้อง

 

 

...กลัว...

...เมื่อไหร่จะเลิกจดจำความทรงจำที่แสนเลวร้ายกันนะ...

...ความทรงจำในคืนที่ครอบครัวคนสุดท้ายจากโลกใบนี้ไป...คืนที่ต้องอยู่คนเดียว...

 

..

....

........

 

 

" เรียวเฮอย่าวิ่งซนอย่างนั้นสิ ตัวเปียกหมดแล้วนะ "

หญิงสาวเอ่ยห้ามปรามลูกชายตัวน้อยในชุดกันฝนสีแดงที่กำลังวิ่งเริงร่าอยู่ท่ามกลางสายฝน เธอแสดงท่าทางเป็นห่วงเป็นใยลูกชายเพียงคนเดียวอย่างเห็นได้ชัด คิ้วสวยขมวดเครียดบนใบหน้าขณะเดินกางร่มตรงไปยังกึ่งกลางถนนที่เรียวเฮวิ่งเล่นอยู่ หากแต่เด็กน้อยกลับเหลือบตามองมารดาเพียงครู่เดียวเท่านั้น ก่อนจะหันไปสนใจเม็ดฝนที่ร่วงหล่นลงมาต่อไป ถนนโล่งกว้างไม่มีรถยนต์แม้สักคันแล่นผ่าน รวมไปถึงริมฟุตบาทสองข้างทางก็ไร้ผู้คนด้วยเช่นกัน ดวงตาสีน้ำตาลทอดมองไปยังอีกฝั่งของถนนที่เคยวิ่งแข่งกับเพื่อน

 

....อะไรกันเรียวเฮ แค่วิ่งข้ามถนนใช้เวลาตั้งขนาดนี้เลยเหรอ วิ่งช้าเป็นบ้า ....

 

" วันนี้เราต้องทำเวลาได้ดีกว่าทุกครั้งแน่ๆ " ยิ้มกับตัวเอง

 

"..ตึกๆๆๆ.."

" เรียวเฮ! "

" เอี๊ยด!
~ "

 

ในความทรงจำที่พร่าเลือนเรียวเฮจำได้แค่ว่าเห็นแม่นอนจมกองเลือดอยู่บนพื้นถนน ร้องเรียกเท่าไหร่ก็ไม่ได้ยินถ้อยคำขานรับ พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือมากเพียงใดก็ไม่มีใครเลยจะได้ยินเสียงอ้อนวอน สุดท้ายก็ได้แต่นั่งกอดแม่ที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่ายังมีชีวิตอยู่รึเปล่า สายฝนโปรยปรายลงมาจนคราบเลือดบนพื้นถนนจางหายไปทีละน้อยเหลือเพียงร่างซีดเซียวในอ้อมแขน รับรู้เพียงแค่เสียงฟ้าร้อง ร่างกายที่เปียกชุ่มเพราะสายฝนและเสียงสะอึกสะอื้นดังอยู่ไม่ขาดสายเท่านั้น นอกจากนั้นทุกอย่างก็ดูขาวโพลนไปหมด

 

 

 

"...เรียว..เรียวเฮ...."

...ใคร ?...

" เรียวเฮ! เงยหน้าสิ "

ผ้าห่มผืนขาวถูกกระชากออกไปจากร่าง พร้อมกันกับมือใหญ่ที่ประคองใบหน้าซีดขาวขึ้นมอง ดวงตากลมฉายแววหวาดหวั่นเพียงไม่นานก่อนรับรู้ได้ว่าคนตรงหน้าคือผู้ที่ทำให้เขารอดพ้นจากการเป็นเด็กข้างถนน...คนที่สามารถเรียกว่าเพื่อนได้อย่างสนิทใจที่สุด...ชายหนุ่มร่างสูงเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟตรงหัวเตียง ไม่นานแสงสว่างบางเบาก็ปรากฏขึ้นทำให้มองเห็นเรียวเฮที่โถมกายเข้ากอด...สายฝนด้านนอกทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นเท่าตัว...

" กลัวมากเลยเหรอ ? " ฝ่ามือใหญ่ลูบสัมผัสอย่างอ่อนโยนบนแผ่นหลังบาง น้ำเสียงนุ่มเอ่ยถ้อยคำปลอบประโลมชิดใบหู ไม่ว่าเมื่อไหร่ ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์แบบใด คนคนนี้ก็ยังคงเป็นบุคคลเดียวที่สามารถทำให้รู้สึกอุ่นใจขึ้นได้เสมอ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ทุกครั้งในคืนฝนตกหนักแม้ว่าจะไม่เคยเรียกร้องแต่เคตะก็จะมาอยู่เป็นเพื่อน มาปลอบเช่นนี้เสมอ


"...กลัว...กลัวมากๆ..." น้ำเสียงหวานหูหากแต่แผ่วเบาจนต้องก้มหน้าลงไปฟังใกล้กลีบปากสีหวาน ใบหน้าหวานแนบซุกลงบนแผ่นอกกว้าง มือเล็กกำชายเสื้ออีกฝ่ายแน่นราวกับต้องการหาที่พึ่ง ขณะนั้นเองที่ดวงตาคมทอดมองไปยังร่างตรงหน้า มองไปยังผิวกายขาวสะอาดที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจนแม้จะอยู่ท่ามกลางความมืด หลังคอขาวเนียนลามไปจนถึงแผ่นหลังที่อยู่ลึกเข้าไปในเสื้อยืดตัวหลวม

 

...ร่างกายนี้นับวันจะยิ่งงดงามและบอบบางเกินกว่าจะเชื่อได้ว่าเป็นบุรุษเพศ...


" ฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคนไม่ต้องกลัวหรอก เข้านอนได้แล้ว "

"...นอนกับเรานะ..เรากลัว..." เงยหน้าสบมองอย่างเว้าวอน ชายหนุ่มประสานสายตากับเรียวเฮไม่นาน ก่อนจะผ่อนลมหายใจออกมาพร้อมกลีบปากที่คลี่ยิ้มอย่างอ่อนโยน เขาแกะมือเล็กจากเอวและประคองให้นอนราบลงบนเตียง มือใหญ่คว้าผ้าห่มที่ตกอยู่ข้างเตียงมาห่มให้ โดยที่ไม่ละสายตาไปจากเรือนกายสวยงามเลยสักนิด...

" ไม่เป็นไรแล้วนะ หลับตาลงสิ " ถ้อยประโยคอ่อนโยนแถมท้ายด้วยคำสั่งที่เรียวเฮทำตามอย่างว่าง่าย ชายหนุ่มแทรกกายเข้ามาในผืนผ้าห่มให้เรียวเฮกอด เหมือนเช่นทุกครั้งในคืนวันฝนตก

 

" ขอบคุณนะเคตะ "

" ฝันดีนะเรียวเฮ "

 

 

....เสแสร้ง....

 

 

 

" แม่ไม่ต้องห่วงหรอก เรียวเฮสบายดีไม่เป็นอะไรหรอก "

ผู้ที่ถูกกล่าวถึงเหลียวมองตามเสียงที่ได้ยินขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องนอน ภาพชายหนุ่มในชุดอยู่บ้านเนื้อนิ่มที่ดูคุ้นตาปรากฏอยู่เบื้องหน้า เร็วเท่าความคิดฝ่าเท้าเล็กพาร่างถลาวิ่งไปนั่งเบียดด้วยกันบนโซฟาสีเบจทันที
กลีบปากสวยคลี่ยิ้มบางเบาและดวงตาสีน้ำตาลก็แพรวระยับไปด้วยความสนใจขณะทอดมองมา ต่างกับเรียวเฮที่ตัวสั่นระริกด้วยความตื่นกลัวเมื่อคืนเหลือเกิน

 

" แค่นี้นะครับแม่ "

" คุณน้าโทรมาเหรอ ? " เปิดบทสนทนาขึ้นแทบจะทันทีกับฝ่ามือใหญ่ที่เพิ่งวางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ สรรพนามที่ถูกเรียกทำให้รู้ได้ว่าแม่ของเคตะคือผู้ที่เรียวเฮเอ่ยถึงเมื่อครู่

" ใช่ แถมยังฝากให้ดูแลเด็กแถวนี้ด้วย " เหลือบมองเด็กที่กำลังมองค้อนมาอย่างนึกขบขัน ก่อนที่บรรยากาศภายในห้องจะเงียบลง มือเล็กกดรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยเหมือนเช่นที่ทำอยู่เป็นประจำ เคตะเองก็แสร้งทำเป็นมองหน้าจอสี่เหลี่ยมเหมือนปกติด้วยเช่นกัน แต่แท้ที่จริงแล้วกำลังคอยอะไรบางอย่างอยู่ต่างหาก เสื้อยืดสีขาวสะอาดกับกางเกงขายาวเนื้อดีเกินกว่าจะเป็นชุดอยู่บ้านที่อีกฝ่ายสวมใส่อยู่ทำให้เขาจับพิรุธบางอย่างได้

 

รายการแล้วรายการเล่าที่ถูกเปลี่ยนสลับไปมาไม่ได้ทำให้เรียวเฮสงบลงได้เลย ดวงตาสีน้ำตาลคอยแต่จะเหลือบมองนาฬิกาสลับกับเคตะอยู่ตลอดเวลา เพียงแค่ผู้ถูกมองหันมาประสานสายตาด้วยคนตัวเล็กก็หลบสายตาให้วุ่นวายไปหมด...จนกระทั่งเค้นความกล้าออกมาได้นั่นแหละ...

 

" เอ่อ..."

" คับ ? "

" วันนี้เราขอไปเที่ยวกับเพื่อนได้มั้ย ? " เรียวเฮหลุบสายตามองพื้นห้องตลอดเวลา ดวงตาคมคู่นี้บางครั้งก็ดูราวกับมีความลับนับพันเรื่องซุกซ่อนอยู่ ราวกับจะกักขังเขาเอาไว้ข้างในตลอดไป หากแต่บางทีกลับดูอบอุ่นอ่อนโยนประดุจเพื่อนที่ไม่สามารถหาได้ที่ไหนในโลกใบนี้อีกแล้ว นั่นเป็นสิ่งที่ทำให้เรียวเฮลังเลอยู่นานกว่าที่จะเอ่ยปากบอกสิ่งที่ต้องการออกไปได้

" ขอทำไมล่ะ แค่บอกฉันก็พอ " รอยยิ้มบางเบากับดวงตาที่เหมือนจะอ่านความคิดไม่ออก

" นั่นสินะ แหะๆ "

" แต่รีบกลับล่ะ มากินข้าวเย็นด้วยกัน " ถึงตอนนี้ใบหน้าสวยจึงระบายไปด้วยรอยยิ้มได้อย่างโล่งใจ รีบวิ่งหายเข้าไปในห้อง ก่อนจะกลับมาพร้อมกับกระเป๋าใบเล็กตรงดิ่งไปหน้าประตูบ้านทันที

" เราไปก่อนนะเดี๋ยวริวจะคอยนาน " น้ำเสียงหวานใสหลุดชื่อเพื่อนที่นัดไว้ให้ได้ยินพลางโบกมือลาสองสามทีอย่างรีบร้อน พอคว้ากระเป๋าได้ก็รีบวิ่งออกจากบ้านอย่างรวดเร็ว ดูอารมณ์ดีผิดกับทุกวันจนน่าแปลกใจ

 

 


...ริวอิจิ...

ชายหนุ่มหวนนึกไปถึงเพื่อนสนิทของเรียวเฮที่เคยได้ยิน อันที่จริงเขาไม่เคยจำบุคคลเหล่านั้นได้เลย หากแต่สำหรับริวอิจิแล้วเป็นกรณียกเว้น ในเมื่อเรียวเฮเอาแต่พร่ำพูดถึงทุกวันตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้พบกัน ก็ต้องจดจำเป็นกรณีพิเศษอยู่แล้ว เพื่อนผู้แสนดีที่ถูกชะตาตั้งแต่พบกัน คุยกันถูกคอ รสนิยมตรงกัน สุภาพบุรุษใจดี อ่อนโยนและอีกหลายอย่างที่เคยได้ยินเกี่ยวกับริวอิจิตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา

 

 

" ริวอิจิงั้นเหรอ... " เคตะหลุบตาลงมองฝ่ามือก่อนจะแค่นยิ้มออกมา

 

 

..........

.....

..

 

 

" แล้วเจอกันวันหลังนะริว "

เรียวเฮยืนโบกมือส่งริวอิจิตรงทางแยกของถนน ท้องฟ้าเบื้องหลังกลายเป็นสีส้มสวยงามสะท้อนกับเส้นผมสีน้ำตาลเป็นประกาย คนตัวเล็กเดินแยกไปทางขวาแต่ก็ยังยืนทอดสายตามองส่งริวอิจิจนลับสายตา ก่อนหันหลังเดินกลับบ้านที่อยู่ถัดไปอีกไม่กี่ช่วงถนน มือเล็กกำกระเป๋าในอ้อมแขนแน่นเดินฝ่าคลื่นฝูงชนอย่างคล่องแคล่ว จนกระทั่งผู้คนเริ่มจะบางตาลงเรียวเฮจึงเปลี่ยนมาเป็นก้าวเท้าทีละก้าวช้าๆ

 

"…กึก..ตุบ!!..."

ชะลอฝีเท้าลงเหลียวซ้ายแลขวาหาต้นตอของเสียง ก่อนรับรู้ได้ถึงแรงบีบรุนแรงที่ต้นแขนและร่างทั้งร่างก็ถูกฝ่ามือลึกลับกระชากเข้าไปในซอกตึกอย่างรุนแรง ดวงตาทั้งสองข้างถูกมือใหญ่ทาบทับปิดสนิทจนไม่อาจมองเห็นสิ่งใดได้เลย แผ่นหลังกระแทกกับกำแพงจนรู้สึกเจ็บ ริมฝีปากอุ่นชื้นแนบสัมผัสลงบนใบหน้าสวย ปลายลิ้นโลมเลียแช่มช้าจนกระทั่งมาหยุดที่กลีบปากแดงสด เรียวเฮพยายามขืนตัวสุดแรงสองมือทั้งผลักทั้งดันร่างตรงหน้า หากแต่นั่นกลับยิ่งส่งผลร้ายแก่ตัวเอง ทุกครั้งที่ดิ้นรน แรงที่กระทำใส่จะเพิ่มมากขึ้นเป็นเท่าตัว


" ปะ...ปล่อยนะ
! อื้อ!!~ "

ริมฝีปากถูกครอบครองจนไม่อาจส่งเสียงร้องออกมาได้อีกต่อไป ร่างกายสั่นเทาอย่างหนัก หวาดกลัวแต่ที่ร้ายกว่านั้นคือจินตนาการที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้...ยิ่งมองไม่เห็นภาพในสมองที่คิดไปถึงร่างตรงหน้าที่กำลังล่วงเกินอย่างจาบจ้วงอยู่ก็ยิ่งน่ากลัว...ใคร ?....กลีบปากสวยถูกขบหนักๆเพื่อให้เผยอออกรับสัมผัสที่ไม่ต้องการ ปลายลิ้นที่รุกล้ำเข้ามาทำให้ยิ่งตื่นกลัวหนักกว่าเก่า เรียวลิ้นแตะสัมผัสลิ้มรสความหอมหวานอย่างได้ใจ กายบอบบางถูกบดเบียดแนบกับกำแพงมากกว่าเดิม ผิวกายถูกบีบคลึงผ่านเนื้อผ้าจนแดงช้ำไปหมด ก่อนที่ชายตรงหน้าหยุดการกระทำทั้งหมดลงอย่างยากจะหักห้ามใจ

 

" ...ฮึก!!..."

เรียวเฮเริ่มสะอื้นแผ่วเบา สัมผัสรุนแรงที่ได้รับทำให้รู้สึกเจ็บไปทั้งร่าง ผู้รุกรานผลักคนตัวเล็กล้มลงกับพื้นก่อนจะวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว ภาพที่เห็นผ่านม่านน้ำตาที่เอ่อล้นมีเพียงแผ่นหลังกว้างกำลังจางหายไปพร้อมกับเสียงฝีเท้าถี่เร็ว ความหวาดกลัวรุมเร้าจิตใจจนไม่อาจลุกไปไหนได้นอกจากนั่งอยู่กับที่ในซอกตึกที่ถูกลวนลามอย่างร้ายกาจ....

 

 

" ช่วยด้วย...."

 

To be con......

 

ไม่ได้ตั้งใจจะเอามาลงเลยจริงๆ แต่อยากประชดข่าวเร็วเมื่อเร็วๆนี้กวาดกันดีนักใช่มั้ยไอ้ของวายน่ะ กวาดได้กวาดไป เอาให้หมดประเทศยังไงเราก็จะวายต่อไป หึๆๆ พูดถึงแล้วหงุดหงิดได้อีกแฮะ =_=''

เขียนใหม่ไปก็ตันไปหัวไม่แล่น ง่วงมากมายแต่อยากทำ ยังไงเนี่ย - - หมดตอนนี้ก็หมดสต็อกพอดีเรื่องนี้ กลัวจะเผลอใส่อะไรมากไปจังง่ะ T__T

ps. วายจงเจริญญญ ฮิ้วววว!!~