Brother # 01
posted on 21 Aug 2007 19:51 by sozou in Fic01
ในความจำที่พร่าเลือนของผมมีเด็กชายตัวเล็กคนหนึ่งถูกเก็บซ่อนไว้ในส่วนที่ลึกที่สุดของความทรงจำ...น้องชายตัวน้อยที่ผมรักยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด...
เสียงตะโกนเป่าปากด้วยความดีใจราวกับป่าช้าแตกแผดดังขึ้นเมื่อเสียงออดของชั่วโมงเรียนสุดท้ายสิ้นสุดลง คนตัวเล็กไถลตัวนอนราบลงบนโต๊ะด้วยความขี้เกียจ นั่งนับเข็มวินาทีรอตั้งแต่ก้าวแรกที่อาจารย์จอมเฮี้ยบเดินเข้าห้องมาก็เพื่อช่วงเวลานี้ เพื่อนผู้หญิงบางคนในห้องเดินออกไปลบตัวเลขและสูตรคณิตศาสตร์มหาโหดที่อาจารย์พยายามจะยัดมันเข้าหัวที่สติหลุดไปตั้งแต่ตอนที่ได้รับชีทมาเรียบร้อยแล้ว เปลือกตาบางค่อยๆทาบทับกันทีละนิด รับรู้เพียงเสียงคุยที่ทวีความดังขึ้นเรื่อยๆ ผู้หญิงสามสี่คนด้านหลังกำลังจับกลุ่มเสริมสวยกันอยู่ ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าบนโต๊ะพวกเธอต้องเต็มไปด้วยแป้ง กระจกและเครื่องประทินโฉมอีกนับไม่ถ้วนอย่างแน่นอน เพื่อนผู้ชายที่ยืนถัดไปจากโต๊ะอีกสามตัวกำลังตะโกนโหวกเหวกคุยกันถึงเรื่องเกมที่ออกใหม่วันนี้อย่างออกรสชาติ
" เฮ้ย!! จะนอนอืดไปถึงไหนเรียวเฮ จะคอยปิดห้องเหรอไง " ฝ่ามืออวบฟาดเปรี้ยงเข้ากลางหลังบางเต็มแรง ทำเอาหายง่วงเชียวล่ะ
" รู้แล้วน่า ขอพักสมองหน่อยสิ " ใบหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะอย่างไม่เต็มใจนัก ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่านี่มันเลิกเรียนแล้ว น่าจะเก็บของกลับบ้านถึงจะถูก คิดได้อย่างนั้นก็รวบหนังสือบนโต๊ะที่ถูกนอนทับจนยับย่นลงกระเป๋า
" กลับกันเหอะริว "
มือเล็กคว้ามือริวอิจิที่ยืนคอยอยู่ให้เดินตามออกมาด้วยกัน ทั้งคู่เดินผ่านห้องเรียนที่เริ่มจะร้างผู้คนออกมายังนอกโรงเรียน ก่อนคนตัวเล็กจะโบกมือลาริวอิจิตรงหน้าสวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เรียวเฮเลี้ยวไปทางขวามุ่งหน้ากลับบ้านที่อยู่ถัดไปไม่ไกลนัก รถบรรทุกสองคันจอดอยู่หน้าบ้านข้างๆทำให้เขาหยุดยืนมองด้วยความสงสัย บ้านหลังนี้ไม่มีคนอยู่มาตั้งแต่เป็นเด็ก เรียวเฮเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ที่รู้มีเพียงแค่ว่าบ้านหลังนี้ไม่เคยมีใครอยู่เลย และเจ้าของบ้านก็ไม่คิดจะขายบ้านที่ตัวเองไม่เคยกลับมาใส่ใจให้ใครด้วย เขายืนมองผู้ชายร่างสูงใหญ่สองคนกำลังช่วยกันยกโซฟาสีเทาเข้าไปในบ้าน ก่อนจะแอบลอบมองในรถบรรทุกด้วยความสงสัย หลังรถว่างเปล่าโซฟาตัวนั้นคงเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นสุดท้ายที่ถูกขนเข้าไปในบ้าน
เงาของชายร่างสูงโปร่งบนชั้นสองของบ้านทำให้เงยหน้าขึ้นมอง แผ่นหลังกว้างของเพื่อนบ้านใหม่ที่ยืนหันหลังอยู่ทำให้ไม่อาจเห็นใบหน้าของเขาได้ถนัดนัก แต่ดูจากสีผมที่ถูกย้อมเป็นสีเงินทั้งหัวทำให้พอจะเดาได้ว่าชายหนุ่มคนนี้คงอายุไล่เลี่ยกัน เรียวเฮเดินอย่างเชื่องช้าเข้าไปในบ้านเมื่อหมดความสนใจกับสิ่งตรงหน้าแล้ว ทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้าไปหญิงวัยกลางคนที่เขาเรียกว่าแม่ก็ถลาวิ่งเข้ามาหา สีหน้าของเธอเปี่ยมไปด้วยความดีใจอย่างปิดไม่มิด
" เรียวเฮจังกลับมาแล้วเหรอลูก แม่กำลังคอยอยู่เลย " มือขาวลากคนตัวเล็กเข้าไปในห้องรับแขกและกดตัวให้นั่งลงบนโซฟา ก่อนจะนั่งลงข้างกัน เรียวเฮวางกระเป๋าลงบนโต๊ะด้านหน้าเมื่อเห็นว่าแม่คงไม่ปล่อยให้ขึ้นไปบนห้องง่ายๆอย่างแน่นอน ใบหน้าที่เริ่มมีริ้วรอยของความแก่ชราเปื้อนรอยยิ้มอยู่ตลอดเวลา เห็นแบบนี้แล้วคนตัวเล็กก็อดยิ้มไปกับแม่ไม่ได้...มีเรื่องอะไรน้า ทำไมแม่ถึงอารมณ์ดีได้ขนาดนี้...
" จำเคตะคุงที่เคยมาเล่นกับลูกตอนเด็กๆได้มั้ยจ้ะ " ไม่ต้องเสียเวลาถาม แม่ก็พรั่งพรูสาเหตุที่ทำให้มีอาการดีใจผิดปกติเช่นนี้ออกมาเอง ชื่อเด็กผู้ชายที่เพิ่งได้ยินทำให้เรียวเฮขมวดคิ้วด้วยความสงสัย จำไม่ได้สักนิดว่าเคยมีเพื่อนชื่อนี้ด้วย
" ใครเหรอฮะ " ถามกลับไปด้วยถ้อยคำสุภาพเหมือนเช่นเคย
" เด็กตัวเล็กๆที่ติดลูกจนเรียวเฮจังถึงกับเรียกเคตะคุงว่าน้องชายไงจ้ะ " ความคิดสะดุดลงตรงคำว่าน้องชาย ความทรงจำในวัยเด็กเริ่มเด่นชัดเป็นรูปร่างขึ้นมาทีละน้อย
" แล้วทำไมเหรอฮะ " เรียวเฮพยายามนึกย้อนอดีตไปเรื่อยๆ แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้ถามคำถามต่อไปออกมา ทั้งที่ยังนึกไม่ค่อยออกว่าน้องชายในวัยเด็กเป็นอย่างไร
" ตอนนี้เคตะคุงย้ายกลับมาญี่ปุ่นแล้วจ้ะ "
"......................." เรียวเฮพยักหน้ารับไปตามเรื่อง เอื้อมมือไปคว้าหมอนข้างตัวมากอดเอาไว้ กลุ่มผมเส้นเล็กสีน้ำตาลสยายเต็มหมอนขณะที่กำลังจมลึกลงไปในภาพความทรงจำมากขึ้นเรื่อยๆ
" ตอนที่เคตะคุงย้ายตามคุณพ่อไปเรียวเฮจังร้องไห้ใหญ่เลยนี่ เดี๋ยวแม่ไปตามเคตะคุงมาให้นะป่านนี้คงขนของเสร็จแล้ว ลูกคงดีใจล่ะสิจะได้เจอเคตะคุงอีกครั้ง " แม่สรุปความเอาเองทั้งที่เรียวเฮยังไม่ทันบอกว่าจำน้องชายคนนี้ได้เลยสักคำ คนตัวเล็กมองดูแม่ที่รีบร้อนเดินออกไปนอกห้อง....เคตะงั้นเหรอ...
...ความทรงจำอันเลือนลางของผมมีเด็กชายตัวเล็กถูกเก็บซ่อนเอาไว้...
................
.........
....
" ฮืออ พี่เรียวผมเจ็บ ช่วยผมด้วย " เด็กชายตัวเล็กสูงเพียงไหล่เดินขากระเผลกมาหาเรียวเฮที่กำลังนั่งระบายสีอยู่บนโต๊ะหน้าบ้าน ใบหน้าเหยเกเปื้อนคราบน้ำตาเต็มไปหมด มือเล็กชี้ให้ดูรอยแผลหกล้มที่อาบไปด้วยเลือดสีแดงสด เรียวเฮโยนดินสอสีในมือทิ้งทันที ก่อนจะถลาเข้าไปประคองเคตะเอาไว้ เด็กชายสะอื้นจนตัวโยนตลอดเวลา เรียวเฮซึ่งเป็นเด็กและยังไม่รู้เรื่องอะไรได้แต่ยืนกระสับกระส่ายไม่รู้จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์นี้ดี " ฮืออออ พี่เรียวผมเจ็บ " ดวงตากลมรื้นหยาดน้ำตาจ้องมองมาและร้องเรียกชื่ออีกครั้ง มันทำให้เรียวเฮตัดสินใจนั่งลงตรงหน้าเคตะ สูดลมหายใจเข้าสุดปอดก่อนจะเป่าลมรินรดบาดแผลอย่างแผ่วเบา ในตอนนั้นเรียวเฮเชื่อว่าหากทำเช่นนี้จะสามารถปัดเป่าความเจ็บปวดไปจากบาดแผลได้ " ไม่เจ็บแล้วนะ พี่เป่าให้แล้วหายเจ็บแล้วใช่มั้ย " เหลือบตามองเคตะที่ยังคงสะอื้นไห้อยู่ ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาทำวิธีที่คิดว่าจะทำให้เคตะหายเจ็บได้ตามแบบฉบับของเด็กสลับกับการพูดปลอบเคตะไปด้วย จำได้ดีว่าตอนนั้นแทบจะร้องไห้ไปกับเคตะด้วยซ้ำ เมื่อเห็นว่าไม่ว่าจะเป่าลมหายใจลงไปสักเท่าไหร่ เด็กชายก็ไม่หยุดร้องเสียที จนกระทั่งแม่เดินออกมาเห็นจึงรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาบ้าง เรียวเฮเดินตามแม่ที่รีบร้อนวิ่งเข้าไปในบ้านโดยไม่ลืมจูงมือเคตะเข้าไปทำแผลด้วย " นั่งลงสิจ้ะ " แม่พูดกับเคตะด้วยเสียงอ่อนโยน เธอมักจะบอกกับเรียวเฮเสมอว่าท่านคิดว่าเคตะคือลูกชายอีกคน จึงไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักที่แม่มีท่าทีร้อนใจเสียขนาดนี้ เคตะนั่งลงบนโซฟาอย่างว่าง่ายแต่ก็ยังร้องไห้อยู่ตลอดเวลา คนตัวเล็กยอมรับว่าตอนนั้นสงสารเคตะจับใจ ความคิดแบบเด็กๆทำให้กลัวว่าเคตะจะตายจากไปต่อหน้าต่อตา " เดี๋ยวแม่พี่มาเสกเวทมนตร์ให้เคตะก็ไม่เจ็บแล้วล่ะ อย่าร้องสิ " บีบมือเคตะแน่น แม่กลับมาอีกครั้งพร้อมกล่องสีขาวใบเล็ก มือเรียวขาวหยิบขวดใสออกมาหนึ่งขวด ก่อนจะใช้สำลีชุบน้ำยาในขวดจนชุ่ม
" ไม่เจ็บนะจ้ะ " เธอบอกเคตะด้วยน้ำเสียงราวกับจะปลอบปละโลม หากแต่เคตะกลับแผดเสียงดังลั่นทันทีที่สำลีสีขาวสัมผัสบาดแผล " ฮืออ ไม่เอาแล้ว คุณน้าผมแสบ " เคตะดิ้นรนสุดแรงแต่แม่กลับไม่หยุดการกระทำ สำลีสีขาวอันแล้วอันเล่าถูกนำมาซับหยาดเลือดและฆ่าเชื้อโรค ยิ่งนานเคตะก็ยิ่งดิ้นรนหนักขึ้น
" แม่หยุดสิฮะ เคตะเจ็บใหญ่แล้วนะ หยุดซะทีสิ ฮืออออ " ไม่อาจกลั้นน้ำตาได้อีกต่อไปเมื่อเห็นเคตะร้องไห้หนักกว่าเดิม ภาพที่เห็นในวันนั้นเกือบทำให้เรียวเฮคิดว่าแม่คือปีศาจจะมาเอาชีวิตน้องชาย ดวงตาอ่อนโยนของแม่เรียวเฮกลับเห็นเป็นดวงตาปีศาจสีแดงสด มือเรียวเล็กที่กำลังทำแผลเรียวเฮก็มองเห็นเป็นมือเหี่ยวย่นของแม่มดที่มีเล็กแหลมยาวกำลังจะกรีดลงบนผิวเนื้อของเคตะ
กว่าที่เรียวเฮและเคตะจะหยุดร้องได้ก็กินเวลาไปนานมากเลยทีเดียว แม่ทั้งปลอบทั้งเอาขนมมาล่อก็ไม่ยอมหยุดร้องเสียที กลับพาเคตะวิ่งหนีออกไปนั่งอยู่ในสวนหลังบ้าน จนกระทั่งเคตะบอกว่าไม่เจ็บแล้วนั่นแหละคนตัวเล็กถึงยอมเข้าใกล้แม่อีกครั้ง ...น้องชายตัวเล็กที่น่ารักของผม...
...
.....
..........
เรียวเฮอมยิ้มกับตัวเองเมื่อคิดออกว่าเคตะสมัยก่อนเป็นเช่นไร ความรู้สึกรักและหวงแหนน้องชายกลับคืนมาอีกครั้ง หัวใจเต้นถี่เร็วขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ เมื่อคิดว่าอีกเดี๋ยวก็จะได้เจอเคตะแล้ว น้องชายตัวเล็กขี้แยในตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างนะ เร็วเท่าความคิดเสียงฝีเท้าดังแว่วมาตามทางเดินห้องรับแขก คนตัวเล็กรีบลุกขึ้นนั่งให้เรียบร้อยมือจับเสื้อผ้าจับผมให้วุ่นวายไปหมด
" เรียวเฮจังทำอะไรอยู่น่ะลูก " เสียงร้องเรียกทำให้เงยหน้าขึ้นมอง
ภาพทั้งหมดที่เห็นถูกโฟกัสไปยังเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ด้านหลังแม่ ราวกับโลกหยุดหมุน ความตื่นเต้นดีใจที่เกิดขึ้นเมื่อครู่พลันมลายหายไปอย่างรวดเร็ว ดวงตากลมเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อสายตา เส้นผมสีดำสนิทที่เขาชอบยีเล่นสมัยก่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีเงินสว่าง ใบหน้าสมส่วนรับกับดวงตาคมสีน้ำตาลเข้มเหลือบมองมาเมื่อเห็นว่าเป็นฝ่ายถูกจ้องอยู่นานแล้ว ร่างสูงโปร่งดูแข็งแรงอย่างชายหนุ่มวัยรุ่นจนแทบไม่น่าเชื่อว่าเป็นคนเดียวกันกับน้องชายตัวเล็กที่ชอบวิ่งตามอยู่เสมอ กลีบปากแดงสดหยักลึกดวงตาสีน้ำตาลที่มองตอบกลับมาก็ราวกับซ่อนความลึกลับมากมายเอาไว้ ทั้งยังเหมือนคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าเรียวเฮจะต้องทีท่าทีตกใจจนพูดอะไรไม่ออก
" ไม่ได้เจอกันนานเลยนะเรียวเฮจัง "
...อะไรนะ ? เมื่อกี้เคตะเรียกว่าอะไรนะ ? ต้องเป็นพี่เรียวแบบเมื่อก่อนสิ นายเป็นน้องเรานะ!!...
" นายคือเคตะจริงๆน่ะเหรอ " เสียงที่เปล่งออกไปแผ่วเบาจนตัวเองแทบจะไม่ได้ยิน
" จริงสิ ทาจิบานะ เคตะตัวจริงเสียงจริงเลยล่ะ " กลีบปากบางวาดรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้ใจเลยสักนิด ภาพน้องชายตัวเล็กที่คอยวิ่งตามอยู่เสมอแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดีในวินาทีนี้เอง หมอนี่คือใคร ? ผมไม่รู้จักสักหน่อย ?? คิดได้อย่างนี้ก็หยัดกายลุกขึ้นยืนก่อนจะคว้ากระเป๋าวิ่งหายขึ้นชั้นสองอย่างรวดเร็ว
...ตระหนักได้ในตอนนี้เองว่าน้องชายตัวเล็กได้หายไปจากโลกใบนี้แล้ว...
To be con..................
