....คืนนี้ก็ขอให้หลับฝันดีนะ....
เสียงกระซิบแผ่วเบาปลุกเรียวเฮให้ตื่นขึ้นกลางดึก รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่คุ้นเคยผ่านฝ่ามือ จุมพิตแสนหวานยามหลับใหล แว่วเสียงถ้อยคำรักนับครั้งไม่ถ้วนผ่านสติที่พร่าเลือน ความฝันที่รู้สึกได้ราวกับความเป็นจริง ก้มลงมองฝ่ามือที่ยังอุ่นอยู่ทั้งที่อากาศภายนอกหนาวเย็นเหลือเกิน กวาดตามองไปรอบห้องที่ว่างเปล่าก่อนจะล้มตัวลงนอนพร้อมใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม
ความฝันยามค่ำคืนกับชายหนุ่มแสนอ่อนโยน
แต่ทั้งหมดก็เป็นเพียงแค่ฝัน.เท่านั้นเอง
" ฮึก พอได้แล้ว ชินเราเจ็บ..." เสียงร้องครางด้วยความเจ็บปวดดังแผ่วเบาไม่ขาดสาย ร่างกายไหวโยกไปตามการเคลื่อนไหวของร่างด้านบน มือเล็กดึงทึ้งผ้าปูที่นอนอย่างเจ็บปวดตลอดเวลา ผู้ชายร่างสูงใหญ่คนนี้รังแกเขานานเกือบสามชั่วโมงแล้ว
" เลิกบ่นสักทีน่าเรียวเฮ ไม่ใช่ครั้งแรกของนายสักหน่อย " ชายหนุ่มสบถลอดไรฟันออกมาก่อนจะปลดปล่อยความต้องการเข้าไปในร่างเล็กเป็นครั้งที่เท่
าไหร่แล้วก็ไม่อาจนับได้ ริมฝีปากบางขบแรงๆและดูดกลืนผิวขาวเนียนเสมอ มือใหญ่ที่คอยบีบเฟ้นเนื้อนุ่มนิ่มคู่นั้นก็เช่นกันเมื่อลากผ่านส่วนใดบนร่างกายมักจ
ะทิ้งรอยเขียวช้ำเอาไว้ ชินตัวใหญ่กว่าเรียวเฮถึงมากนักแค่ออกแรงเพียงน้อยนิดเขาก็ไม่อาจต้านทานอะไรได้แล้ว
เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่อาจทราบได้ ชินถอนตัวออกมาจากร่างบอบบางหลังจากตักตวงความสุขจนพึงพอใจ ทิ้งให้เรียวเฮนอนฟุบหน้ากับพื้นเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรงและปวดหนึบไปทั้งร่าง ชายหนุ่มหยัดกายขึ้นเต็มความสูงคว้าเสื้อผ้าที่กองอยู่บนพื้นข้างเตียงมาสวมใส่อย่าง
รวดเร็ว เขาไม่ใส่ใจแม้แต่จะหันไปมองดูคู่นอนที่เพิ่งเสพสุขด้วยเมื่อครู่ว่ามีสภาพเช่นไร กระดุมเม็ดสุดท้ายถูกกลัดอย่างเรียบร้อย ถึงตอนนี้ชินเหลือบตามองเรียวเฮที่ยังคงนอนนิ่งอยู่กับที่ก่อนจะโน้มตัวลงไปกระซิบถ้
อยประโยคบางอย่างที่ทำให้เรียวเฮแทบอยากฉีกชายผู้นี้เป็นชิ้นๆ
" วันนี้สนุกมากๆเลย แล้วพรุ่งนี้จะมาเล่นด้วยใหม่นะเรียวเฮจัง "
ประตูไม้หน้าบ้านถูกปิดลงพร้อมกับคนตัวเล็กที่ค่อยๆยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก เรียวเฮทอดมองไปยังบานหน้าต่างในห้องนอน ท้องถนนด้านนอกถูกประดับประดาด้วยสีสันมากมายในโทนสีแดงและสีเขียว ค่ำคืนนี้เด็กๆกำลังเฝ้ารอของขวัญจากซานต้าคลอสกันอย่างใจจดใจจ่อ ถ้าเป็นไปได้เขาเองก็อยากจะขอของขวัญจากซานต้าคลอสเหมือนกัน
...คุณลุงซานต้าจะช่วยให้เขาย้อนเวลากลับไปได้มั้ยนะ ?...
" กรุณาเป็นแฟนกับเราได้มั้ย " มือเล็กที่สั่นเทาขยุ้มชายเสื้อเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นหลังจากสารภาพความในใจออกไป เพราะสายตาคมที่ดึงดูดเขาเอาไว้และร่างสูงเท่ห์กำยำที่ดูดีจนน่าอิจฉา มันทำให้เรียวเฮตกหลุมรักชายหนุ่มคนนี้ตั้งแต่แรกพบ รักครั้งแรกของเด็กไร้เดียงสามันมีอานุภาพมากมายเสียจนเขาไม่ฟังคำเตือนของคนรอบข้าง
เกี่ยวกับนิสัยร้ายกาจต่างๆนานาของชิน ไม่ฟังแม้กระทั่งคำอ้อนวอนของพี่สาวเพียงคนเดียวที่ขอให้เขาตัดใจเสีย คริสมาสต์เมื่อหนึ่งปีที่แล้วเป็นวันที่เขาตัดสินใจสารภาพความในใจที่ถูกเก็บไว้นานแ
สนนาน
" ว่าไงนะ ? " ชินชายตามองมายังร่างเล็กด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ
" เอ่อ....คบกับเราได้มั้ย " ใบหน้าขาวรื้นแดง ถึงตอนนี้ดวงตาคมเริ่มมองสำรวจร่างตรงหน้าไม่วางตา ทำไมเขาที่ผ่านผู้หญิงมามากจะไม่รู้ว่าในแววตาสั่นระริกคู่นั้นซุกซ่อนความหลงใหลที่
มีต่อเขาไว้มากมายเพียงใด ชินไล่สายตามองเรียวเฮตั้งแต่หัวจรดเท้า เขามองใบหน้าหวานกับร่างบอบบางเกินผู้ชายทั่วไปที่ถูกเสื้อยืดตัวใหญ่กับกางเกงขายาว
พอดีตัวบดบังเอาไว้ ก่อนจะตัดสินใจได้ทันทีว่าเรียวเฮที่ดูแล้วไม่มีอะไรดีเลยนอกจากร่างกายแบบนี้ไม่คู่
ควรจะมาเป็นแฟนเขาหรอก.แต่ถ้าเป็นแค่คู่นอนมันก็อีกเรื่องนึง.
" รักฉันมากเลยเหรอ ถ้าฉันขออะไรบางอย่างเป็นข้อแลกเปลี่ยนบ้างได้มั้ยล่ะ ? " ชินสาวเท้าเข้าประชิดตัวเรียวเฮ ลำแขนแข็งแรงข้างหนึ่งถือวิสาสะโอบเอวคอดเอาไว้ ฝ่ามือวางอยู่บนสะโพกกลมกลึงราวกับจะสำรวจร่างกายนี้ ดวงตาคมที่จ้องอย่างไม่ละสายตาทำให้คนตัวเล็กต้องเสมองพื้นด้วยความประหม่า มันดูมีอำนาจน่าหลงใหลหากแต่เย็นชาและน่ากลัวจับใจเลยทีเดียว
" ได้สิ ถ้าเราทำให้ได้ไม่ว่าอะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ " หลังจากคิดตรึกตรองอยู่ครู่ใหญ่ คำตอบที่เป็นดั่งยาพิษสังหารตัวเองก็ถูกกล่าวออกมาอย่างไม่ลังเล
เพียงเวลาไม่กี่วันหลังจากเรียวเฮสารภาพรักไปแล้ว ชินก็สืบที่อยู่และข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขา หนึ่งอาทิตย์ถัดไปชินบุกไปหาเรียวเอถึงห้องพักพร้อมกับข้อเสนอที่เขารับปากว่าจะยอมทุกอย่าง
" เป็นคู่นอนให้ฉันสิ แลกกับการที่ฉันยอมคบกับนาย "
เรียวเฮที่ยังไม่เข้าใจความหมายของคู่นอนที่ชินพูดนักจึงตกปากรับคำไป คิดเพียงแค่ว่าตอนนี้เป็นคู่นอนอีกหน่อยคงได้รับความรักและกลายเป็นแฟนได้ในที่สุด สิ้นถ้อยประโยคที่เรียวเฮตอบตกลงชินใช้กำลังขืนใจร่างเล็กอย่างร้ายกาจทันที ความต้องการอยากลิ้มลองร่างตรงหน้าไม่มีการกักเก็บไว้แม้แต่น้อย ชินบังคับเรียวเฮด้วยเรี่ยวแรงมากมายราวกับสัตว์ป่ากระหายอยาก ไม่มีการฟังเสียงอ้อนวอนใดๆทั้งสิ้น เขาจำได้ดีว่าเรียวเฮร้องไห้หนักขนาดไหนยามที่เขาฝืนแทรกเข้าไปในร่าง แต่มันกลับทำให้อารมณ์ใคร่เพิ่มพูนขึ้นเป็นเท่าตัว และเขาก็ตระหนักได้ในตอนนั้นเองว่าคิดไม่ผิดที่ทำแบบนี้ ร่างกายบอบบางหอมหวานอย่างถึงที่สุด
นับจากวันนั้นเป็นต้นมาคืนไหนที่ชินหาคู่นอนไม่ได้เขาจะมาระบายความใคร่ลงกับเรียวเฮเสมอ เหตุการณ์ซ้ำซากเหล่านี้ผ่านไปจากวันเป็นสัปดาห์และจากสัปดาห์กลายเป็นเดือน ความรู้สึกรักมากมายถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นความเกลียดชัง ยิ่งรักมากก็ยิ่งเกลียดมาก ไม่เคยมีสักครั้งที่ชินจะถนุถนอมเขาหรือพูดคำหวานให้ฟัง ทุกครั้งหลังจากได้เสพสุขจนพอใจชินก็ไม่ใส่ใจเรียวเฮอีกเลย เพียงแค่นี้มันก็ทำให้เรียวเฮซาบซึ้งถึงความหมายของคำว่า 'คู่นอน' ได้เป็นอย่างดี
....หากแต่มันก็สายเกินไปจนแก้ไขอะไรไม่ได้เสียแล้ว ที่ทำได้มีเพียงก้มหน้ายอมรับผลแห่งความโง่ของตัวเองเท่านั้น....
...เจ้าชายมีแค่ในความฝันเท่านั้นแหละ...
เสียงออดหน้าบ้านดังขึ้นเรียกสติเรียวเฮให้กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง เขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยว่าใครมาหาในยามวิกาลแบบนี้ นึกกลัวอยู่ในใจว่าผู้ที่ยืนอยู่หลังบานประตูจะเป็นชิน หากแต่ความสงสัยกลับถูกโยนทิ้งไปเมื่อเสียงออดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง หลังจากสวมเสื้อผ้าเสร็จเรียวเฮก็วิ่งตรงไปยังหน้าประตูทันที แต่เมื่อประตูไม้ถูกเปิดออกสิ่งที่พบคือความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เงาของคนที่กระหน่ำกดออดอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่ เขามองซ้ายมองขวาด้วยความสงสัยแต่กลับสะดุดเข้ากับก้อนกลมตรงหน้าแข้ง
" เมี้ยว~~ " คนตัวเล็กมองแมวขนสีส้มตรงหน้าด้วยความสงสัย...แมวกดออดได้ด้วยเหรอ ?...
" ว่าไงเจ้าเหมียว หิวเหรอไง " มือเล็กอุ้มแมวขึ้นมาอยู่ระดับเดียวกับใบหน้า ก่อนจะสังเกตเห็นกระดาษที่ถูกม้วนผูกไว้ตรงปลอกคอ เรียวเฮเอียงคอมองกระดาษอย่างงุนงง มือเรียวขาววางแมวลงบนพื้นก่อนจะแกะกระดาษออกมาคลี่อ่าน
....พี่เก็บแมวตัวนี้ได้แถวบ้าน แต่เรียวเฮก็รู้นี่ว่าพี่ไม่ชอบแมวยังไงก็ฝากเลี้ยงเจ้าเหมียวนี่ด้วยละกัน มันแสนรู้เลี้ยงไม่ยากหรอก อ๋อ! เรียกมันว่าเคตะนะ พี่ลองตั้งชื่ออื่นให้มันแทนชื่อบ้าๆนี่แล้วแต่ดูเหมือนมันจะไม่ชอบ...
" เคตะงั้นเหรอ " เรียวเฮเหลือบตามองเจ้าเหมียวที่นั่งอยู่ข้างๆอีกครั้ง ก่อนจะสังเกตได้ว่าปลอกคอสีเงินสลักตัวอักษรคำว่าเคตะเอาไว้ กลีบปากบางวาดรอยยิ้มสวยงามให้กับเพื่อนใหม่
" ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะเคตะ " ก้มหัวให้เล็กน้อย คิดไปเองว่าเคตะคือรูมเมทที่จะมาอยู่กับเขานับแต่วันนี้เป็นต้นไป
....เพื่อนใหม่ที่เป็นแมวฟังดูไม่เลวเหมือนกันเนอะ...
เรียวเฮขยับตัวอยู่บนเตียงอย่างอึดอัด รู้สึกหายใจไม่สะดวกนักอากาศรอบตัวถูกริดรอนไปจนเกือบหมด สองมือพยายามผลักอกชายหนุ่มที่ทาบทับอยู่บนร่างออกไปแต่ก็ไร้ผล กลีบปากถูกดูดกลืนอย่างหนักหน่วง มือที่พยายามปัดป่ายไปทั่วเมื่อครู่ถูกกดไว้เหนือศรีษะ เปลือกตาหนักจนลืมไม่ขึ้นและร่างกายก็ไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ
.....ใคร ? ปล่อยเรานะ...
ได้แต่คิดในใจอยู่เช่นนี้เพราะริมฝีปากถูกครอบครองจนส่งเสียงร้องออกไปไม่ได้ สัมผัสที่รุนแรงหากแต่อ่อนโยนเหลือเกิน ไม่มีการฝืนใจแต่เป็นการหลอกล่อให้เคลิบเคลิ้มและปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามการชักนำ
ของอีกฝ่าย วงแขนอ่อนโยนที่โอบกอดอย่างอบอุ่นทำให้เรียวเฮเลิกขัดขืนและผลอยหลับไปอีกครั้ง
" อืม..." เรียวเฮร้องด้วยความรำคาญ มือเล็กปัดขาของเคตะที่เขี่ยแก้มอยู่เมื่อครู่ออก ก่อนจะพลิกตัวหันหลังให้ เจ้าแมวจอมตื้อยังไม่ละความพยายามเดินอ้อมไปอีกด้าน ใช้ฟันซี่เล็กๆขบลงบนจมูกเล็ก แต่มือเรียวกลับผลักตัวเคตะออกจนสุดแขน ถึงตอนนี้เคตะถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจซึ่งคนตัวเล็กกลับไม่ใส่ใจสักนิดว่าแมวที่เขาเพิ่งเก็บมาเลี้ยงทำกริยาแสนรู้เกินแมว
" เมี้ยว~ " เคตะแผดเสียงร้องลั่นห้อง เดินวนไปรอบตัวเรียวเฮขณะที่ยังส่งเสียงร้องไม่หยุด
" อย่าหนวกหูน่าเคตะ เราจะนอน " มือเล็กคว้าหมอนอีกใบมาปิดหน้าเอาไว้
" เมี้ยวว~~ "
"..........."
" เมี้ยว~~~ "
".........."
" ก็ได้ เคตะชนะแล้ว พอใจยัง ? "
เรียวเฮยันกายขึ้นนั่งอย่างไม่เต็มใจนัก ชายตามองเจ้าเหมียวที่ตอนนี้ยอมนั่งนิ่งๆหยุดส่งเสียงน่ารำคาญอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอื้อมมือออกไปหมายจะคว้าเจ้าแมวตัวดีมาขยำเล่นเป็นการแก้แค้น แต่เคตะกลับกระโดดหลบไปนั่งจุ้มปุ้กอยู่ข้างตารางเรียนที่แปะอยู่บนหัวเตียง เคตะใช้ขาหน้าจิ้มลงบนตารางวันจันทร์ซึ่งนั่นทำให้เรียวเฮต้องเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่ื่อสายตา
" เคตะอ่านออกด้วยเหรอ ? แสนรู้เหมือนที่พี่บอกจริงๆด้วย " พึมพำเบาๆด้วยความแปลกใจแต่แทนที่จะลุกขึ้นไปอาบน้ำเขากลับทิ้งตัวลงบนเตียงอีกครั้งสีหน้าดูเหน็ดเหนื่อยอย่างถึงที่สุดเมื่อคิดได้ว่าหากไปมหาวิทยาลัยอาจจะเจอชินก็ได้ เขายังไม่อยากเจอกับชินตอนนี้ หรือจะพูดให้ถูกก็คือเขาไม่อยากเจอชินอีกต่อไปแล้ว เคตะเอาจมูกดันแก้มเรียวเฮคล้ายกับจะเร่งให้ลุกขึ้นไปอาบน้ำแต่งตัว
" วันนี้เราไม่ไปหรอก จะอยู่เป็นเพื่อนเคตะทั้งวันเลยไง " คำแก้ตัวโป้ปดหากแต่สายตากลับเจือไปด้วยความเจ็บปวด เคตะได้ยินก็ทิ้งตัวลงนอนกับเรียวเฮราวกับจะอยู่เป็นเพื่อน คนตัวเล็กนอนนิ่งพลางนึกถึงความฝันประหลาดเมื่อคืน อยากจะคิดว่าเป็นชายคนเดียวกันกับที่เขามักจะฝันถึงเป็นประจำ แต่การกระทำที่เกินเลยผิดปกติทำให้เขาไม่ค่อยเชื่อสักเท่าไหร่
...ทำไมไม่สังเกตเลยนะว่าเพราะเหตุใดกันถึงฝันแต่เรื่องเดิมซ้ำซากแทบทุกคืน...
... ฝันถึงชายหนุ่มคนเดิมมาเป็นเวลาร่วมครึ่งปีและเชื่อว่าทั้งหมดเป็นเพียงความฝันมาโดยตลอด...
" เรื่องเมื่อคืนหรือว่าจะเป็นชิน " เคตะเงยหน้ามองคนตัวเล็กทันทีที่เอ่ยชื่อนี้ให้ได้ยิน
" เคตะรู้มั้ยว่าเมื่อคืนใครเข้ามาในห้องเรา " คราวนี้เรียวเฮถึงขั้นสอบสวนแมวที่เขารู้ดีว่าให้คำตอบอะไรไม่ได้เลยทีเดียว เคตะสะบัดหน้าหนีราวกับโกรธเคืองอะไรบางอย่างก่อนจะกระโดดออกนอกหน้าต่างหายไปเสียอย่างนั้น ปล่อยให้เรียวเฮมองตามด้วยความสงสัย
" เคตะหายไปไหนนะ กลับไปหาพี่เหรอไง " ตากลมเหลือบมองนาฬิกาที่เข็มสั้นชี้ไปที่เลขหก เขาอุตส่าห์ออกไปหาซื้อสิ่งของที่จำเป็นสำหรับแมวเตรียมไว้ตั้งแต่กลางวัน แต่กลับไม่เห็นวี่แววของเคตะเลยจนถึงตอนนี้ เรียวเฮนั่งชันเข่าอยู่บนโซฟามือเล็กคว้าหมอนอิงมากอดเอาไว้ ทอดสายตาเหม่อมองไปยังพื้นกระเบื้องสีขาวด้านหน้า กระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลังจึงได้สติขึ้นมาอีกครั้ง
" เคตะ ?" เสียงใสพึมพำออกมาขณะมองไปทางด้านหลัง ดวงตากลมเบิกกว้างด้วยความตกใจเมื่อหันไปประสานสายตากับชินที่กำลังสาวเท้าตรงมาหา เขาคาดไม่ถึงว่าชินจะมาหาในเวลาแบบนี้ ทุกครั้งที่ชินมามักจะเป็นเวลาดึกเสมอ คนตัวเล็กยันกายลุกขึ้นยืนจ้องมองร่างตรงหน้าไม่วางตา
" ใครคือเคตะ คู่นอนคนใหม่ของนายเหรอ " มุมปากหยักลึกเมื่อเห็นเรียวเฮตื่นตระหนกเช่นทุกครั้ง เขาชอบที่จะเห็นเรียวเฮเป็นแบบนี้...มันตื่นเต้นดีไม่ใช่เหรอ ?...
" ไม่ใช่!! ชินมาทำไม " น้ำเสียงเจือไว้ด้วยความตื่นกลัวอย่างปิดไม่มิด ชินเหยียดยิ้มออกมา มันช่างดูเป็นรอยยิ้มที่น่าขยะแขยงเหลือเกินสำหรับเรียวเฮ
" ถามแปลกๆนะเรียวเฮจัง ทุกครั้งที่มาหานายฉันทำอะไรล่ะ " ชินตอบออกมาด้วยเสียงที่เจือไปด้วยเสียงหัวเราะ ใบหน้าขาวซีดเผือดลงทันที ถ้อยคำเมื่อครู่ได้ทำลายความหวังสุดท้ายของเขาจนหมดสิ้น รู้สึกเจ็บแปลบอยู่ลึกๆ
...นี่เขามีประโยชน์แค่นี้เองเหรอ ?...สุดท้ายแล้วก็เป็นได้แค่คู่นอนงั้นเหรอ ?...ก่อนที่จะได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น ชินก็รุกเข้าประชิดตัวมือใหญ่กระชากร่างเล็กให้กระแทกลงบนโซฟา เรียวเฮพยายามพลักไสสุดกำลัง มือเล็กคว้าหมอนที่อยู่ใกล้ตัวฟาดใส่หน้าชินสุดแรง
...มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่พอได้ยินแบบนี้แล้วจะยอมง่ายๆเหมือนเดิม...
" เดี๋ยวนี้นายกล้าขัดขืนฉันเหรอ สอนไม่จำเลยใช่มั้ย " มือใหญ่กระแทกไหล่บางลงบนโซฟาอย่างแรง ดวงตาคมที่เต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราดมองลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของคนตัวเล็กซึ่งสบ
มองมาอย่างไม่ละสายตา
" ปล่อยสิชิน!! อย่ามายุ่งกับเรานะ " เสียงใสตวาดใส่ ยิ่งทำให้ความโกรธของชินทวีขึ้นกว่าเดิม
" ถ้าอยากให้ปล่อยก็ดิ้นให้หลุดสิ หนีไปเลยถ้านายทำได้ " สิ้นคำหมัดหนักกระแทกเข้าที่ท้องน้อยรุนแรง มันทำให้เรียวเฮเจ็บจนพูดอะไรไม่ออก ก่อนตวัดฝ่ามือฟาดแก้มขาวจนแดงเป็นริ้ว มือใหญ่กระชากเสื้อยืดคอกลมและกางเกงยางยืดสีอ่อนออกจากร่างบอบบาง ร่างขาวสะอาดที่เต็มไปด้วยร่องรอยการทำรักจากเขาปรากฏอยู่ตรงหน้า คนตัวเล็กยังคงนอนกุมหน้าท้องเอาไว้ด้วยความเจ็บปวด
" นอนนิ่งทำไมล่ะ ไม่หนีแล้วเหรอเรียวเฮจัง " แขนเรียวเล็กถูกกระชากออกจากกันก่อนร่างหนาแทรกตัวทาบทับบนกายบอบบาง ชินรู้ดีว่าทำเพียงแค่นี้ไม่อาจทำให้เรียวเฮที่คิดจะขัดขืนอย่างสุดกำลังสงบลงได้แน่
นอน มือใหญ่รูดเข็มขัดกางเกงออกมาพันธนาการมือเล็กไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา ก่อนกลีบปากสีหวานถูกดูดกลืนจนเจ่อบวม ฟันซี่เล็กขบกลีบปากสวยจนเลือดซึมออกมา ชินเงยหน้าขึ้นมองเรียวเฮที่นอนนิ่งขยับกายไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
" เพี๊ยะ!! "
" หนีสิเรียวเฮจัง นอนนิ่งแบบนี้ถูกข่มขืนไม่รู้ด้วยนะ "
ฝ่ามือใหญ่ตวัดลงบนใบหน้าสวยอีกครั้ง ชินพ่นคำเยาะเย้ยใส่หน้าเรียวเฮอย่างผู้ชนะ เขาผลักคนตัวเล็กให้นั่งลงบนพื้นกระเบื้องด้านหน้าตนเอง ก่อนมือใหญ่จะรูดซิบกางเกงลงจนสุด เพียงแค่นี้เรียวเฮก็ตระหนักได้ทันทีว่าชินต้องการอะไร หากแต่สายไปเสียแล้วเมื่อฝ่ามือใหญ่ผลักด้านหลังศรีษะเล็กอย่างบีบบังคับ เขาพยายามฝืนเอาไว้สุดกำลัง ชินก้มลงมองด้วยความไม่พอใจอย่างถึงที่สุด ท่อนขาแข็งแรงแตะตรงเอวบางและอาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กหวีดร้องด้วยความเจ็บปวด ผลักดันให้ริมฝีปากบางรับเอาของเขาเข้าไปจนมิด
" ฉันเพิ่งรู้นะว่านายชอบให้ใช้กำลัง " ชินเหลือบตามองเรียวเฮที่ทำหน้าราวกับจะร้องไห้ตลอดเวลา
" อืม~ ใช้ลิ้นหน่อยสิเรียวเฮจัง " ร้องครางออกมาอย่างพึงพอใจ ชินยังคงกดศรีษะเล็กเอาไว้ไม่ปล่อย เมื่อถูกจุดที่ทนไม่ไหวเขาจึงกระชากเรียวเฮออกก่อนจะผลักให้นอนราบลงบนพื้น มือใหญ่แยกขาเรียวออกกว้างถึงตอนนี้ดวงตากลมจิกมองเขาอย่างแค้นเคือง พยายามสะบัดขาให้หลุดพ้นการจับกุมแต่ชินกลับตอบสนองผลของการขัดขืนด้วยการแทรกตัวเข้าจนมิดในทีเดียว
" ฮือ!! เราเจ็บนะชิน " ดวงตากลมรื้นน้ำใส เมื่อถูกกระทำรุนแรงเช่นนี้เขาก็ทนกลั้นหยาดน้ำตาเอาไว้ไม่ไหวอีกต่อไป หากแต่กลับไร้ค่าสำหรับชินที่ยังคงใส่ใจเพียงแค่การระบายความต้องการให้หมดไปเท่านั้น รอยแผลที่ยังไม่หายดีฉีกขาดอีกครั้ง หยาดเลือดไหลซึมตามเรียวขาเปรอะเปื้อนบนพื้นมากมาย
...พื้นกระเบื้องสีอ่อนถูกย้อมด้วยสีแดงฉาน ไม่อาจเทียบได้กับความรู้สึกของเรียวเฮในตอนนี้เลยสักนิดเดียว...
ประตูไม้ถูกปิดลงหลังจากชินได้ระบายความต้องการออกไปจนหมดเหมือนเช่นทุกครั้ง แต่ครั้งนี้สิ่งที่เหลือทิ้งไว้กลับต่างจากเดิมมากนัก เรียวเฮนอนนิ่งอยู่บนโซฟา หยาดเลือดยังคงรินไหลออกมาจากส่วนที่ถูกทำร้าย เนื้อตัวของเขาบอบช้ำไม่มีดี รวมถึงแก้มขาวเนียนที่ตอนนี้แดงเป็นริ้ว แขนเรียวห้อยลงข้างโซฟาอย่างหมดสภาพ ไม่มีเรี่ยวแรงแม้กระทั่งจะหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมใส่ให้ตัวเอง ดวงตาสีน้ำตาลเหม่อมองเพดานอย่างเลื่อนลอย เขากำลังคิดกับตัวเองว่าหากชินอ่อนโยนกับเขาได้สักครึ่งหนึ่งของชายในฝันคนนั้นคงจะดีไม่น้อย คิดได้เพียงแค่นี้ก็หลุดเสียงหัวเราะเยาะเย้ยตัวเองออกมาแผ่วเบา เขารู้ดีที่สุดว่าผู้ชายนิสัยแบบชินไม่มีทางเป็นได้แม้แต่เศษเสี้ยวของสิ่งที่เขาต้องการ อย่างเดียวที่ชินมีก็คือเปลือกนอกที่ดูงดงามหากแต่เนื้อในเน่าเฟะราวกับผลไม้ที่ถูกหนอนชอนไชจนพรุนไปหมด
" เมี้ยว " เคตะกระโดดเข้ามายังหน้าต่างห้องครัวถูกเปิดทิ้งเอาไว้ พลางส่งเสียงร้องที่คิดว่าเรียวเฮน่าจะได้ยิน ทั้งที่แสงไฟสว่างแต่ทุกอย่างกลับเงียบงันราวกับไม่มีใครอยู่เลย เคตะพาตัวเองเดินสำรวจไปรอบบ้านจนกระทั่งถึงห้องนั่งเล่นกลางบ้านก็ต้องพบกับภาพที่ทำให้โมโหจนแทบคลั่ง ดวงตาสีดำสนิทมองไปยังเรียวเฮที่นอนหลับสนิทด้วยสภาพที่แทบทนดูไม่ได้อยู่บนโซฟา
สติสัมปชัญญะพร่าเลือนบดบังความคิดทั้งปวงเอาไว้เหลือเพียงร่างตรงหน้าเท่านั้นในห้วงความคิด พลันกลุ่มควันขุ่นมัวก่อตัวขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุก่อนจะจางหายไปเหลือเพียงชายหนุ่มร่างสูงโปร่งกับดวงตาสีดำสนิทเหมือนสีตาของเคตะเท่านั้น ชายหนุ่มก้มลงมองตัวเองที่เปลี่ยนร่างเป็นคนอย่างไม่ใส่ใจนัก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาแปลงเป็นคนหากแต่มันเกิดขึ้นนับครั้งไม่ถ้วนตั้งแต่เขาเกิด
" เรียวเฮ"
เคตะเข้าไปประคองร่างเล็กเอาไว้ มือใหญ่ทาบทับบนแก้มขาว เขาพยายามปลุกเรียวเฮให้ลืมตาตื่นขึ้นมา ทว่าคนตัวเล็กยังคงนอนนิ่ง ชายหนุ่มเหลือบมองหยดเลือดกับคราบความใคร่ที่เปรอะเปื้อนโซฟา พื้นกระเบื้องและต้นขาเรียว ก่อนจะสังเกตเห็นรอยเขียวช้ำมากมายบนร่างเล็ก ดวงตาสีดำสนิทเข้มขึ้นทันตาทั้งยังดูลึกและเวิ้งว้างราวกับไม่มีก้นบึ้ง เคตะช้อนตัวเรียวเฮขึ้นมาอุ้มไว้แนบตัวก่อนจะพาหายเข้าไปในห้องนอน
ผ้าขนหนูสีขาวถูกนำมาซับตามร่างกายบอบช้ำจนสะอาดหมดจดอีกครั้ง เคตะวางผ้าไว้ในขันน้ำข้างเตียงก่อนจะคว้าชุดนอนเนื้อนิ่มที่คนตัวเล็กชอบใส่เป็นประจำมาสวมให้ ไม่ต้องครุ่นคิดให้เสียเวลาเขาก็รู้ว่าชายใจทรามที่ข่มขืนเรียวเฮวันนี้ต้องเป็นชินอย่างแน่นอน
ทำไมเขาที่คอยเฝ้าดูเรียวเฮอยู่ทุกค่ำคืนตลอดเวลาครึ่งปีที่ผ่านมาจะไม่รู้ว่าใครคือชายคนแรกที่เรียวเฮรักสุดหัวใจ
ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าใครคือคนที่เรียวเฮชิงชังได้สุดหัวใจ
ทำไมเขาจะต้องยอมให้คนที่เขารักโดนทำร้ายไปมากกว่านี้อีกล่ะ
จากนี้ไปเขาจะไม่ยอมอยู่เฉยเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
" ฉันขอโทษเรียวเฮ ขอโทษที่คุ้มครองนายไม่ได้เลย " ชายหนุ่มกระซิบบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เคตะยังจำได้ดีถึงความทรงจำในคืนเดือนมืดเมื่อหลายเดือนที่แล้ว คืนนั้นมืดและอากาศก็หนาวจับใจ แต่สิ่งที่ทำให้เขาอบอุ่นขึ้นอย่างบอกไม่ถูกคือชายหนุ่มร่างบางที่เดินเข้ามาคุยกับเ
ขาซึ่งเป็นคนแปลกหน้าโดยไม่นึกระแวงเลยสักนิด ภาพคนตัวเล็กในชุดนอนเนื้อนุ่มสีขาวกับเสื้อคลุมตัวหนาและรอยยิ้มน่ารักน่าชังคือสิ่งที่เขาไม่สามารถลืมได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
" ขอเรานั่งด้วยคนได้มั้ย " ไม่มีคำตอบใดนอกจากการพยักหน้ารับเพียงเล็กน้อยโดยไม่หันมามองคู่สนทนา ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่อยู่นานกว่าที่ชายหนุ่มจะหมดความอดทนกับบรรยากาศน่าอึดอัดของการถูกรบกวนเวลาส่วนตัว
" มานั่งตรงนี้ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่ " ชายหนุ่มหันไปมองคู่สนทนาเป็นครั้งแรก และก็ต้องตกใจเมื่อพบว่าชุดที่อีกฝ่ายสวมอยู่มันเหมือนคนที่กำลังจะเข้านอนแต่กลับต้องรีบร้อนออกจากบ้านเพราะมีเรื่องด่วนอะไรสักอย่าง
" ตั้งใจจะมานั่งเป็นเพื่อนคนขี้เหงาไง "
" ว่าใครเป็นคนขี้เหงา " ชายหนุ่มออกอาการเหวอไปเล็กน้อยกับคำตอบที่คาดไม่ถึงแบบนี้กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกว่าเข้าให้แล้ว
" เราเห็นนะทุกคืนจะมีใครก็ไม่รู้มานั่งตรงนี้คนเดียว ถ้านั่งคนเดียวไม่เหงาแล้วจะให้เราเรียกว่าอะไรล่ะ " คนตัวเล็กตอบพร้อมรอยยิ้มน่ารัก พลางชี้นิ้วไปยังบ้านหลังคาสีฟ้าที่อยู่ถัดไปสามหลังราวกับจะบอกว่าเคตะถูกร่างตรงหน้าเฝ้ามองการกระทำอยู่ทุกคืนจากที่ตรงนั้น
หลังจากนั้นทั้งคู่คุยกันอีกสักพักก่อนจะแยกย้ายกลับบ้าน เรียวเฮยิ้มและดวงตาคู่นั้นก็เป็นประกายระยับเมื่อได้ฟังเรื่องแปลกๆใหม่ๆที่เขาเล่าให้ฟัง เคตะยังได้รู้อีกว่าเรียวเฮต้องนั่งปลุกปั่นความกล้าอยู่เป็นนานถึงจะกล้าเดินเข้ามาหาเขาในคืนนี้ เหตุผลมีเพียงแค่ไม่อยากเห็นเขานั่งอยู่เพียงลำพังในคืนที่มืดและอบอวลไปด้วยกลิ่นอา
ยของความอ้างว้างเช่นนี้ ฟังแค่นี้หัวใจก็พองโตกับความอ่อนโยนของคนตัวเล็กขึ้นมาทันที คืนนั้นก่อนจะจากกันเคตะเดินไปส่งเรียวเฮที่หน้าบ้าน พร้อมกับให้สัญญากับคนตัวเล็กว่าเขาจะไม่ทำให้เรียวเฮต้องเป็นห่วงกับเรื่องของคนแปลกหน้าอย่างเขาอีก และยังให้สัญญากับตัวเองด้วยว่าจากนี้ไปเรียวเฮจะไม่ต้องทนเหงากับการต้องอยู่เพียงลำพังทุกคืนอีกต่อไป
ไอหนาวจากสายลมพัดผ่านลอดช่องว่างของผ้าม่านที่ปิดไม่สนิทปลุกให้เรียวเฮตื่นขึ้นมากลางดึก แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อพบตัวเองนอนอยู่บนเตียงในสภาพที่สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยเนื้อตัวสะอาดหมดจด แต่สิ่งที่ทำให้เขาตกใจที่สุดคือดวงตาสีดำสนิทของเคตะที่มองมาอย่างไม่ละสายตาต่างหาก
" รู้สึกดีขึ้นแล้วเหรอ " เรียวเฮเบิกตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เมื่อเคตะเอ่ยถามถึงอาการของเขา
" เคตะพูด....." ถ้อยคำถัดไปถูกกลืนหายไปในลำคอจนหมดสิ้น เมื่อเคตะกลายร่างเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งอย่างไม่ทันตั้งตัว
" เห็นแบบนี้แล้วยังจะเลี้ยงฉันอยู่มั้ยเรียวเฮ " ชายหนุ่มตรงหน้าฉีกยิ้มกว้าง แววตาเป็นประกายราวกับกำลังสนุกสนานที่เห็นเรียวเฮตกใจจนพูดอะไรไม่ออกแบบนี้
" นี่มันเรื่องอะไรกัน เคตะไม่ใช่แมวเหรอ " แววตาไหวระริก ไม่ใช่ว่าเขากลัวเคตะที่เป็นแบบนี้ แต่เพราะเขาไม่อยากจะเชื่อว่าเคตะจะทำแบบนี้ได้ต่างหาก...นี่น่ะเองเหตุผลที่เคตะฉลาดเกินแมว...
" เคตะเป็นอะไรก็ได้ที่เรียวเฮอยากให้เป็น " ใบหน้าหล่อระบายด้วยรอยยิ้มตลอดเวลา
" สัตว์เลี้ยงน่ะเหรอ "
" ใช่ ฉันเป็นได้ทุกอย่างไม่ว่าจะสัตว์เลี้ยงหรือแม้กระทั่งคนรัก " ดวงตาสีดำสนิทจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลม
"............"
" เรียวเฮอยากให้ฉันเป็นอะไรล่ะ " เสียงทุ้มถามขึ้นมาลอยๆ มันเป็นคำถามที่เขาไม่ต้องการคำตอบเพราะไม่ว่าเรียวเฮจะตอบอะไรกลับมา สิ่งที่เขาตั้งใจจะทำตอนนี้ก็คือต้องปกป้องคนตัวเล็กให้ได้
" เคตะมานอนด้วยกันสิ " มือเรียวขาวตบที่นอนข้างตัวเป็นเชิงเรียกชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง เขาเหลือบมองเรียวเฮก่อนจะเดินหลบไปนั่งอยู่ริมหน้าต่าง หลายวันที่ผ่านมาถึงแม้คนตัวเล็กจะรู้ความจริงทั้งหมดเกี่ยวกับตัวเขาแล้ว แต่ก็ยังปฏิบัติด้วยเหมือนเช่นเคย
...เพราะเคตะคือเพื่อน ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ยังคงเป็นเพื่อนสำหรับเรียวเฮเสมอ...
" เคตะไม่นอนเหรอ " เสียงใสถามอย่างเค้นจะเอาคำตอบให้ได้ มือเล็กคว้าหมอนขึ้นมากอดเอาไว้ จ้องไปยังชายหนุ่มร่างสูงอย่างไม่ละสายตา
" ยังไม่ง่วง อย่าลืมสิแมวเป็นสัตว์กลางคืนนะเรียวเฮ " ถ้อยคำโป้ปดถูกกล่าวออกมา คนตัวเล็กพยักหน้ารับก่อนจะสอดตัวเข้าไปในผืนผ้าห่มและผลอยหลับไปในที่สุด
หลายวันมาแล้วที่ชินไม่มาที่นี่อีกแล้ว เคตะไม่รู้ว่าเพราะชินหาคู่นอนได้หรือว่าเบื่อเรียวเฮแล้วกันแน่ แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไรเขาก็ไม่ใส่ใจหรอก เรื่องที่เขาคิดมีเพียงแค่ว่าชินจะไม่สามารถทำอะไรเรียวเฮได้อีกแล้ว ราวกับจะรู้ทันความคิด ที่รั้วหน้าบ้านมีเงาของร่างที่ดูคุ้นตากำลังไขกุญแจเข้ามา ดวงตาสีดำสนิทเหยียดมองร่างนั้นด้วยความชิงชังก่อนจะเดินลงไปยังชั้นล่างของตัวบ้าน เขาเหลือบมองคนตัวเล็ดอีกครั้งก่อนบานประตูจะถูกปิดลง
...นอนให้สบายนะเรียวเฮ จากนี้ไปนายจะไม่ต้องเจอกับเรื่องร้ายๆอีกแล้ว...
บานประตูไม้ถูกเปิดออกพร้อมกับชินที่เดินเข้ามาอย่างคุ้นเคย หากแต่สองเท้ากลับหยุดชะงักลงเมื่อมองเห็นใครบางคนยืนพิงผนังจ้องมองมาทางเขาอยู่ก่อนแล้ว สายตาคู่นั้นทำให้ชินรู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ รู้ได้ทันทีว่าร่างตรงหน้าไม่ใช่มิตรอย่างแน่นอน
" นายเป็นใคร " ชินเริ่มต้นถามก่อนด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนจะหาเรื่อง
" แฟนของเรียวเฮ " คำตอบสั้นห้วนที่ทำให้ความไม่พอใจในตอนแรกแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธเกรี้ยวได้อย่างไม่ยากนัก ชินกระแทกหมัดไปยังใบหน้าของเคตะเต็มแรง โทษฐานที่พูดจาไม่เข้าหูแค่นี้ยังถือว่าน้อยไปด้วยซ้ำ เคตะเซถอยหลังไปเล็กน้อยเหลือบตามองชินพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน เรียวเฮเป็นของเขาถึงจะได้ชื่อว่าเป็นแค่คู่นอนแต่ยังไงเสียก็ยังเป็นของเขาอยู่ดี แต่กลับมีผู้ชายที่ไหนไม่รู้อยู่ในบ้านแถมยังพูดจาไม่เข้าหูเอาเสียเลย...มันจะเกินไปหน่อยมั้งเรียวเฮจัง...
" เป็นคนป่าเถื่อนอย่างที่คิดจริงๆด้วย " สิ้นคำเคตะสวนกลับด้วยกำปั้นเช่นเดียวกับที่ชินชกเขาเมื่อครู่ หากแต่เร็วและแรงกว่าหลายเท่านัก ชินที่ตั้งตัวไม่ทันเสียหลักล้มลงนอนฟุบกับพื้นกระเบื้องอย่างรวดเร็ว เคตะสาวเท้าเดินเข้ามาก่อนจะใช้ฝ่าเท้ากระแทกลงไปบนหน้าอกของชินที่นอนอยู่บนพื้น
" นี่สำหรับสิ่งที่นายทำกับเรียวเฮมาตลอด " เคตะยกขาขึ้นกระแทกฝ่าเท้าซ้ำลงไปบนแผ่นอกของชิน ก่อนจะนั่งคร่อมทับลงบนร่าง เขาชกที่ใบหน้าของชินอย่างไม่ยั้งมือเลยสักนิด...สำหรับความเสียใจและความเจ็บปวดทั้งหมดของเรียวเฮ...แต่ชินที่โดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียวหาได้อยู่นิ่งเฉยไม่ เขาแสร้งทำเป็นไม่สามารถดิ้นหลุดจากเคตะได้ ขณะที่มือข้างหนึ่งกำลังล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงควานหาคัตเตอร์สีเงินที่พกติดตัวเสมอ จนกระทั่งชินนอนนิ่งไม่ขยับตัวอีกเคตะจึงหยัดกายขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเข้าใจว่าชินคงลุกขึ้นมาไม่ไหวแล้ว
" ฉันห้ามแกไม่ให้มายุ่งกับเรียวเฮอีก เข้าใจมั้ย ? " เคตะสบมองกับแววตาดิบเถื่อนที่จ้องมองด้วยความแค้นเคือง ริมฝีปากบางของชินถูกละเลงด้วยสีแดงที่หลั่งรินออกมาจากบาดแผลบนใบหน้า
" ที่อยากพูดมีแค่นี้ใช่มั้ย " ชินกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นเยือบอย่างน่ากลัว ด้ามมีดของคัตเตอร์สีเงินแวววาวแทงลึกเข้าไปยังหน้าท้องของเคตะที่ไม่ทันได้ระวังตัว ชินกระชากคัตเตอร์ออกและแทงซ้ำอีกหลายครั้ง จนเคตะล้มลงกับพื้นพร้อมบาดแผลฉกรรจ์มากมายบนร่างกาย
" อึก!! อ๊ากกก!! " เคตะกรีดร้องออกมาสุดเสียงเมื่อชินกดคัตเตอร์ลงบนรอยแผลเดิมนับครั้งไม่ถ้วน เสียงหัวเราะด้วยความสาแก่ใจดังแว่วกระทบโสตประสาทอยู่ตลอดเวลา
" ฉันไม่ยุ่งกับเรียวเฮอีกก็ได้ แต่ต้องหลังจากที่แกไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้วนะ "
เช้าวันต่อมาเรียวเฮตื่นขึ้นมาพบกับความว่างเปล่าเพราะเคตะไม่ได้อยู่ในบ้านเหมือนทุกที มีแค่เพียงกองเลือดมากมายบนพื้นกระเบื้องชั้นล่าง ข้าวของที่กระจัดกระจายจากร่องรอยการต่อสู้ของใครบางคน และคัตเตอร์เปื้อนเลือดที่ตกอยู่เท่านั้น คนตัวเล็กไม่รู้ว่าเมื่อคืนอะไรเกิดขึ้นสภาพภายในบ้านถึงได้เละเทะขนาดนี้ ความกังวลมากมายก่อตัวขึ้นในจิตใจในเมื่อพยายามคาดเดาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เขากลัวว่าเคตะจะเป็นอะไรขึ้นมา แต่คำตอบทุกอย่างยังคงเป็นปริศนาสำหรับเรียวเฮอยู่ดี
" เกิดอะไรขึ้นกันแน่ " เรียวเฮพึมพำอยู่คนเดียว พลางมองซ้ายมองขวาอย่างคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับเหตุการณ์แบบนี้ดี ขณะนั้นเองที่เขาเหลือบไปเห็นกระดาษใบหนึ่งถูกแปะอยู่บนโต๊ะกระจก ลายมือที่ดูไม่คุ้นตาแต่กลับทำให้รู้สึกใจหายวูบเมื่ออ่านจบ แผ่นกระดาษที่เกรอะกรังไปด้วยคราบเลือดถูกทิ้งลงบนพื้นพร้อมกับหยดน้ำตามากมายรินไหลออกมาจากดวงตากลม
จากนี้ไปเราอาจจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วก็ได้ ถึงจะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆแต่ก็ขอบคุณมากนะเรียวเฮ ดูแลตัวเองด้วยนะจากนี้ไปนายคงไม่เจอเรื่องร้ายๆอีกแล้วล่ะ
เคตะ
หลายเดือนผ่านไปสำหรับการอยู่คนเดียวอีกครั้ง เรียวเฮยอมรับว่าชีวิตสงบสุขขึ้นเยอะเมื่อชินไม่มาหาเขาอีกเลย แต่สิ่งที่หายไปพร้อมกับชินด้วยก็คือชายหนุ่มในฝันของเขา ไม่มีอีกแล้วสำหรับเรื่องแปลกประหลาดของเคตะ ราวกับว่าคุณลุงซานต้าได้ช่วยให้เขาย้อนเวลากลับไปเมื่อหนึ่งปีที่แล้ว ช่วงเวลาที่ไม่มีทั้งชินและชายในฝัน...หรือแม้กระทั่งเคตะ...
ที่สวนสาธารณะใกล้ห้องพัก เรียวเฮกำลังนั่งมองเด็กน้อยมากมายที่วิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน บ่ายวันนี้เป็นวันที่ไม่มีเรียนและเขาก็ไม่รู้จะทำอะไรดี การมานั่งมองโน่นนี่ไปเรื่อยเปื่อยนับเป็นการฆ่าเวลาที่เขาชอบทำอย่างหนึ่ง เด็กผู้หญิงผูกผมแกละในชุดเสื้อกับกระโปรงสีชมพูเข้าชุดกันกำลังวิ่งหลบคุณแม่วัยกลา
งคนที่พยายามจะพาเธอกลับบ้าน เด็กชายวัยสี่ขวบกำลังนั่งคุ้ยกองทรายอย่างเอาเป็นเอาตายโดยมีพี่สาวคนสวยเฝ้าดูอยู่ห่างๆ ภาพเหล่านี้ทำให้ใบหน้าสวยระบายรอยยิ้มออกมาบางเบา
" ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวเหรอเรียวเฮจัง " เสียงทุ้มที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้เรียวเฮสะดุ้งสุดตัว วิธีเรียกชื่อเขาแบบนี้มีแค่ชินคนเดียวเท่านั้นแหละ ร่างเล็กยังคงนั่งนิ่งไม่ยอมหันกลับไปมองชายหนุ่มด้านหลัง
" ใจคอจะไม่หันมาดูกันหน่อยเหรอไง " เสียงนั้นตัดพ้ออย่างน้อยใจ ก่อนชายหนุ่มจะเดินอ้อมเก้าอี้มาทิ้งตัวลงนั่งข้างเรียวเฮ ร่างสูงโปร่งกับดวงตาสีดำสนิทและสร้อยคอสีเงินที่สลักชื่อ..เคตะ...แทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เรียวเฮยกมือขึ้นขยี้ตาหลายครั้งจนแน่ใจแล้วว่าไม่ได้ตาฝาดไปเองก็โถมกายเข้ากอดเจ้า
เหมียวของเขาสุดแรง
" ไหนเคตะบอกว่าจะไม่ได้เจอกันอีกแล้วไง เรานึกว่าตายไปแล้วซะอีก " เรียวเฮยิงคำถามชุดแรกออกมาก่อน เคตะสบมองดวงตาที่วาววับไปด้วยความสงสัย เขารู้ดีว่าร่างเล็กมีคำถามมากมายกำลังรอคอยคำตอบจากเขาอยู่ กลีบปากบางวาดรอยยิ้มสวยงามก่อนมือใหญ่จะคว้าเอามือเรียวขาวขึ้นมากุมเอาไว้
" แมวมีเก้าชีวิตนะ อย่าลืมสิเรียวเฮ " เคตะยิ้มกว้างเมื่อเห็นเรียวเฮหลุดเสียงหัวเราะออกมากับคำตอบของเขา
...เคตะเป็นได้ทุกอย่างที่เรียวเฮต้องการ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยงหรือแม้กระทั่งคนรัก..
จากนี้ไปเรียวเฮจะให้เคตะอยู่ด้วยในฐานะอะไรกันนะ ?
แถมจ้ะ ^^
" เราเคยมีเจ้าชายในฝันด้วยล่ะเคตะ " เรียวเฮที่กำลังเล่าเรื่องที่มหาวิทยาลัยให้เคตะฟังอยู่ๆก็เกิดเปลี่ยนเรื่องคุยขึ้นมากะทันหัน มือเรียวขาวกำลังแกะเปลือกส้มไปด้วยขณะที่กลีบปากบางยังไม่ยอมหยุดพูดเลยสักนิด ส่วนคนที่เอาแต่นั่งคอยกินส้มก็คงไม่พ้นเจ้าแมวตัวดีที่นั่งท้าวคางมองคนตัวเล็กอย่างสบายอารมณ์ ดวงตาคมวาววับขึ้นมาทันทีเมื่อเรียวเฮพูดจบ...ให้เป็นถึงเจ้าชายเลยเหรอเรียวเฮจัง...
" เจ้าชายในฝันอะไรกัน ไร้สาระน่า " เคตะเอื้อมมือไปหยิบส้มในจานที่ปอกเสร็จแล้ว พลางเหล่มองคนตัวเล็กราวกับเป็นเด็กที่เอาแต่เพ้อฝันอยู่กับโลกในนิทานไม่ยอมโตเสียที
" จริงๆนะ เมื่อก่อนเราฝันถึงแทบทุกคืนเลย " คนตัวเล็กหันมายืนยันเสียงใส
" ถ้าเทียบกับฉัน เรียวเฮชอบใครมากกว่ากันล่ะ " ชายหนุ่มยังคงทำเนียนต่อไปไม่เลิก เขามองคนตัวเล็กที่กำลังครุ่นคิดด้วยสีหน้าลำบากใจอยู่นานเลยทีเดียวกว่าจะได้คำตอบ
" เราก็ชอบทั้งสองคนแหละ แต่ฝันก็คือฝันสิยังไงเราก็ต้องชอบเคตะมากกว่าอยู่แล้ว " คนตัวเล็กยิ้มอย่างเอาใจก่อนจะก้มหน้าก้มตาแกะส้มต่อไป สิ่งที่พูดออกไปไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย เคตะลอบอมยิ้มอย่างมีความสุขพลางหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเดินอ้อมไปด้านหลังเรียวเฮก่อนจะโอบกอดเอาไว้อย่างแผ่วเบา ใบหน้าสวยเปื้อยรอยยิ้มเช่นเดียวกับเคตะ คนตัวเล็กนั่งอยู่เฉยๆปล่อยให้เคตะสวมกอดอยู่แบบนี้ต่อไป ชายหนุ่มยืดตัวขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกระซิบถ้อยคำบางอย่างที่เป็นดั่งรหัสลับซึ่งเรียวเฮมักจะได้ยินแทบทุกคืน...มันทำให้ความจริงถูกเปิดเผยออกมาจนหมด...
...หลับฝันดีนะเรียวเฮ เจ้าชายคนนั้นก็คือฉันเองแหละ...
END
